www.go2writer.com

ถ้าโลกนี้ไม่มีแมว: แกะรอยหนังสือสุดซึ้งแห่งทศวรรษ


 

ถ้าแมวหนึ่งตัวสามารถสอนใจคนได้

คุณ! ก็สามารถเรียนรู้ทักษะการเขียนจากนิยายดีๆ เล่มนี้ได้!

 

ขอเริ่มอย่างนี้ละกันครับ พอดีว่า ผมมีโปรเจ็ครีวิวหนังสืออยู่ ซึ่งในแต่ละปี ผมจะเลือกแค่เล่มที่ผมชอบเท่านั้น (เอาแต่ใจชะมัด) โดยไม่สนใจว่ามันจะใหม่หรือเก่า อยู่ในกระแสหรือไม่ เอาแค่ว่า อยากทำเล่มนี้ก็จะทำ ประมาณนั้นเลยครับ

 

ทีนี้ผมก็เลยมาลองคิด การรีวิวหนังสือแบบนี้มันเสียเวลาผมนะ แล้วก็เสียเวลาคนอ่านเหมือนกัน เพราะการรีวิวหนังสือเก่า มันแทบจะไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย คนอื่นเขาก็คงเลือกซื้ออ่านหรือตัดสินใจไม่อ่านกันไปหมดแล้ว ครั้นจะให้ผมมานั่งวิจารณ์ มันก็ไม่ใช่อะครับ (มันไม่ใช่อะจอร์ชชช!!) เพราะผมไม่ได้สนใจศึกษาค้นคว้าประวัติของนักเขียนสักเท่าไหร่ เนี่ยแหละครับปัญหา ว่าผมจะรีวิวหนังสือยังไงให้ ผมสนุก และคุณผู้อ่านก็ได้ประโยชน์

 

อารมณ์ของผมก็เลยเหมือนกับตอนที่ทำวิทยานิพนธ์ รู้ว่ามีเป้าหมาย แต่ก็ไม่รู้จะทำยังไงให้ไปถึง จะออกไปแตะขอบฟ้า แต่เหมือนว่าโชคชะตาไม่เข้าใจ มองไปไม่มีหนทาง – ฮ่า ฮ่า เคว้งคว้างล่องลอย ก็เลยนึกถึงเรื่องลับสมองที่เคยอ่าน ผมอาจจะเล่าไม่ถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นต์นะครับ เพราะว่าจำต้นฉบับไม่ได้ แต่เรื่องมันมีประมาณว่า…

 

ที่บริษัทแห่งหนึ่งเปิดรับสมัครพนักงานใหม่หนึ่งตำแหน่ง มีคนมาสมัครสี่คน ทั้งสี่คนจึงถูกถามด้วยคำถามเดียวกันว่า ถ้าวันหนึ่งฝนตกหนัก คุณขับรถผ่านไปที่ป้ายรถเมล์ แล้วเผอิญเจอคนสามคนมาขอติดรถไปด้วย คนแรกเป็นเด็กที่กำลังรีบไปโรงเรียน คนที่สองคือคนแก่ที่กำลังจะไปโรงพยาบาล คนที่สามคือแฟนของคุณเอง คุณจะเลือกไปส่งใคร

 

คนแรกตอบว่า เขาจะรับเด็กแน่นอน เพราะเขาเห็นความสำคัญของการศึกษา คนที่สองเลือกคนแก่ เพราะเขาบอกว่านึกถึงพ่อแม่ของตัวเอง คนที่สามบอกว่า เลือกแฟนเพราะคนใกล้ชิดย่อมสำคัญกว่า

 

พอฟังคำตอบจากทั้งสามคนจบ คนสัมภาษณ์เลยหันไปถามคนที่สี่ว่า ตกลงคุณเลือกใคร คนที่สี่ก็เลยตอบกลับมาว่า เพราะผมขับรถยนต์ ผมจึงเลือกรับมาหมดทุกคนครับ ผมจะไปส่งคนแก่ที่โรงพยาบาลก่อน ค่อยอ้อมไปส่งเด็กที่โรงเรียน แล้วหลังจากนั้น ก็จะไปจึ๊กกะดึ๋ยกับแฟนกันสองต่อสอง

 

ใจความที่ผมอยากจะบอกไม่ได้เกี่ยวกับคำถามวัดไอคิวนะครับ แต่ผมนึกถึงว่า บางทีคนเราไม่จำเป็นต้องเลือกที่จะทำอะไรแค่เพียงอย่างเดียว เราสามารถประยุกต์ทุกอย่างเข้าด้วยกันได้ ถ้ารู้จักยืดหยุ่นพอ

 

ก็เลยเกิดเป็นโปรเจ็คนี้แหละครับ แกะรอยหนังสือ เพราะเป็นสิ่งที่ผมถนัดมากที่สุด

 

ผมจะชำแหละ แหวก ฉีก องค์ประกอบของนิยายแต่ละเล่มเพื่อให้คนที่สนใจในศาสตร์แห่งการเขียนได้เข้าใจว่า ทำไมนิยายเรื่องหนึ่งๆ ถึงได้ดี ถึงได้เด็ด ถึงได้โดนใจคนอ่านกันนัก มันมีเคล็ดลับอะไรที่ซุกซ่อนเอาไว้ในนั้นกันแน่ แล้วผมเชื่อว่า หากคุณได้อ่านบทความเหล่านี้ คุณจะได้ไอเดียดีๆ ได้แรงบันดาลใจ และสุดยอดเทคนิคที่จะนำกลับไปประยุกต์ใช้กับนิยายของคุณเพื่อสร้างสรรค์ผลงานอันยิ่งใหญ่อลังการ – วะ ฮ่า ฮ่า (บ้าไปแล้ว! ฮ่า ฮ่า)

 

โอเค.ครับ โม้มาเยอะแล้ว เรามาคุยกันถึงหนังสือเล่มแรกกันเลยดีกว่า

 

เล่มที่ผมเลือกมาในวันนี้คือ หนังสือเรื่องที่เรียกน้ำตาคนอ่านได้มากมาย “ถ้าโลกนี้ไม่มีแมว” (If Cats Disappeared from the World) ผู้เขียน: Genki Kawamura, ผู้แปล: ดนัย คงสุวรรณ์ 

 

ลองมาดูกันสิครับว่า ทำไมหนังสือเล่มเล็กนิดเดียวถึงทรงพลังได้มากมายเพียงนี้

 

www.go2writer.com

 

คำโปรย

 

ถ้าโลกนี้ไม่มีแมว (If cat disappeared from the world) ว่าด้วยเรื่องราวของบุรุษไปรษณีย์หนุ่มวัย 30 ที่ใช้ชีวิตไปวันๆ ไม่สลักสำคัญ ไม่หวือหวา ไม่มีอะไรเลย นอกจากเจ้า “กะหล่ำ” แมวที่เขาเลี้ยงเอาไว้เป็นเพื่อน แต่แล้วเขากลับรู้ตัวว่าเป็นมะเร็ง และกำลังจะตายในเวลาไม่ถึงเดือน!

 

ท่ามกลางความหดหู่ เคว้งคว้าง หมดหวัง หวาดกลัว… สิ่งมหัศจรรย์ก็บังเกิดขึ้น เมื่อ ‘ปีศาจ’ ได้ปรากฏตัวต่อหน้าและสัญญาว่าจะช่วยต่ออายุให้ หากเขาเลือกที่จะลบอะไรไปจากโลกนี้โดยถาวร

 

หนึ่งสิ่ง กับชีวิตหนึ่งวัน

 

เขาจึงตอบตกลงโดยหารู้ไม่ สิ่งที่เขาจะต้องแลก จะเป็นสิ่งสำคัญที่เขาเอง ก็ไม่เคยคิดว่า เขารักมันได้ขนาดไหน!

 

 

 

 

ชำแหละหนังสือ องค์ประกอบที่โดดเด่นจนยากจะมองข้าม

 

หลังจากอ่านรวดเดียวจบหมดทุกบท ผมบอกได้เลยครับว่า นี่เป็นสุดยอดหนังสือจริงๆ จะหาว่าอวยก็ได้แหละ (นี่ไม่ได้ตังค์ซักบาทนะเนี่ย ฮ่า ฮ่า) แต่ของเขาดีจริง ในหนังสือก็อัดแน่นไปด้วยความรู้สึกเปี่ยมล้นชนิดคำต่อคำกันเลยทีเดียว ซึ่งเป็นสิ่งที่มีนิยายไม่กี่เรื่องเท่านั้นล่ะครับที่ทำได้ ภายใต้ความสำเร็จเหล่านั้น ประกอบไปด้วยแนวความคิด, เทคนิค อะไรบ้าง ผมสรุปอย่างย่อๆ มาให้คุณได้ดังนี้ครับ

 

  1. ประเด็นโดนใจ ใช่! และชัดเจน
  2. รู้จักเล่นกับความขัดแย้งแห่งภาพจำ
  3. ทำอุปสรรคให้เข้มข้น
  4. คน (ตัวละคร) ต้องเกิดการเรียนรู้
  5. พาคนอ่านเข้าไปอยู่ในหัวตัวละคร
  6. เขียนแต่ละตอนสั้นๆ ง่ายๆ
  7. เอาใจทาสแมว

 

แหม… คล้องจองกันซะด้วย โฮะ โฮะ, อย่าสนใจความเพ้อเจ้อของผมเลยครับ มาดูอะไรที่เป็นประโยชน์กันดีกว่า ซึ่งผมจะได้อธิบายทั้ง 7 ข้อให้คุณเข้าใจไปทีละเรื่อง ทีละข้อ

 

เอาล่ะครับ ตอนนี้ผมพร้อมแล้ว ถ้าคุณพร้อม เราไปดูข้อที่ 1 กันเลย

 

www.go2writer.com

 

1.ประเด็นโดนใจ ใช่! และชัดเจน

 

ข้อผิดพลาดสำคัญมากกกก (ก.ไก่ล้านตัว) ซึ่งถือว่าเป็นพื้นฐานของการสื่อสารทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นการพูด การเขียน มีสองประการครับ

 

ประเด็นไม่โดนใจ กับ ประเด็นไม่ชัดเจน

 

เรามาดูในเรื่องของประเด็นไม่โดนใจกันก่อนเนาะ

 

การจะเขียนหนังสือให้คนอ่านประทับใจนั้น สำคัญคือสิ่งที่เราเขียนออกไปจะต้องตรงใจเขาครับ

 

หรืออย่างน้อย คุณก็ต้องแสดงให้เขารู้ว่า ประเด็นที่คุณจะเล่า เกี่ยวข้องกับเขามากแค่ไหน

 

ความเกี่ยวข้องที่ว่าก็เป็นไปได้ตั้งแต่ ความรู้สึกที่เหมือนกัน แนวความคิดเหมือนกัน เป็นสิ่งที่เขากำลังเผชิญอยู่ หรืออาจจะเป็นอันตรายที่นึกไม่ถึง

 

ยิ่งมีความเกี่ยวข้องมากเท่าไหร่ คุณเชื่อไหมครับว่า คนอ่านจะยิ่งตั้งใจ สนใจ ในสิ่งที่คุณเล่ามากเท่านั้น

 

แต่สิ่งที่น่าตกใจมากก็คือ นักเขียนเราไม่ค่อยคำนึงถึงเรื่องนี้ครับ

 

นักเขียนจะมีจุดๆ หนึ่งในใจก็คือ “ฉันอยากจะเล่าในสิ่งที่ฉันอยากเล่าอะ มีไรปะ?” (คุ้นๆ ไหมครับว่าใคร… ผมไง! – ฮ่า ฮ่า) เพราะนักเขียนเราสนใจในสิ่งที่เราสนใจ แต่เราไม่ค่อยจะสนใจว่าคนอื่นเขาสนใจอะไร

 

ฉะนั้น พอเขียนออกมา ก็เลยเข้าไม่ถึงใจคนอ่าน

 

การเลือกประเด็นจึงนับเป็นสิ่งสำคัญมากครับ นักเขียนไม่ได้มีหน้าที่คิดไอเดีย ผมมีความเชื่องี้นะครับว่า ไอเดียดีๆ น่ะมักจะลอยมาจากฟ้า มันก็เลยทำให้มีเหตุบังเอิญที่นักเขียนสองคนเขียนในเรื่องใกล้เคียงกันบ่อยๆ ทั้งที่ไม่เคยอ่านเรื่องราวของกันและกันมาก่อน หน้าที่ของนักเขียนจึงไม่ใช่การค้นหาไอเดีย

 

แต่คือการคัดเลือกไอเดียต่างหาก

 

คุณรู้จักปิกัสโซไหมครับ… ครับ เรื่องนี้ไม่มีอะไรเกี่ยวกับปิกัสโซเลย เพราะผมกำลังจะพูดถึงไมเคิลแองเจโลต่างหาก (พอดีชื่อปิกัสโซติดปากเฉยๆ ก็เลยลองถามดู) ไมเคิลแองเจโลคือผู้แกะสลักหุ่นดาวิดครับ และวิธีการแกะสลักของเขาก็คือ เลือกหินอ่อนมาก้อนหนึ่ง แล้วสกัดเอาส่วนที่ไม่ใช่ออกไปทีละนิดละหน่อย จนสุดท้ายก็เหลือแต่ความสมบูรณ์

 

การเลือกประเด็นของนักเขียนก็ต้องใช้หลักการเดียวกันนี้แหละครับ เรามีหน้าที่มองหาไอเดียที่ใช่ที่สุดจากภูเขาไอเดียที่กองอยู่บนโต๊ะเขียนหนังสือของเรา

 

คุณ Genki เลือกประเด็นที่จะเล่นได้อย่างดีเยี่ยมเชียวครับ เพราะประเด็นเรื่อง “การมีตัวตนอยู่ การไร้คุณค่า” ซึ่งสะท้อนออกมาเป็นความเหงา เป็นประเด็นที่ไม่ว่าคนๆ ไหนในโลกใบนี้ก็ต้องเคยประสบพบเจอมาทั้งนั้น ทั้งที่รู้ตัว และไม่รู้ตัว ช่วงเวลาที่คุณอยากจะโทรฯ หาใครสักคน แต่เมื่อหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้ว ก็ไม่รู้จะกดหาใครดี, ช่วงเวลาที่นาฬิกาบอกคุณว่า หมดเวลาที่คุณจะได้อยู่กับคนที่รักแล้ว, ช่วงเวลาที่ หนังเรื่องไหนๆ ก็ไม่สนุกเท่ากับการได้ดูหนังเรื่องนั้นไปพร้อมกับคนรู้ใจ

 

ช่วงเวลาที่ เราหลงลืมใครไป และกว่าจะรู้สึกตัวได้ เราก็เสียเขาไปแล้ว…

 

 

 

งานศพของผม

คนที่มาจะเป็นใครกันนะ

เพื่อนเก่า แฟนเก่า ญาติ อาจารย์ เพื่อนร่วมงาน

จะมีกี่คนที่เสียใจจากใจจริงให้กับการตายของผม

แล้วพวกเขาจะพูดถึงชีวิตผมว่ายังไงกันบ้าง

เป็นคนอัธยาศัยดี เป็นคนสะเพร่า เป็นคนอารมณ์ร้อน เป็นคนที่ไม่ค่อยมีสาวๆ สนใจ…

ณ ข้างหมอนที่ผมนอนอยู่ พวกเขาจะพูดถึงความทรงจำแบบไหนกันบ้าง

ตอนนั้นเองที่ผมนึกขึ้นมาได้

ผมให้อะไรกับพวกเขาบ้าง เหลืออะไรไว้บ้าง

สิ่งที่บอกว่าผมได้อยู่มาจนถึงตอนนี้ เพื่อชั่วขณะที่ผมไม่อาจหยั่งรู้นั้น

อยู่มาสามสิบปี ผมเพิ่งนึกได้เอาตอนนี้

โลกที่มีผมอยู่ กับโลกที่ไม่มีผม ต่างกันแค่ตรงนั้นเอง ความแตกต่างเล็กๆ นั่น

ช่องว่าง’ เล็กๆ ที่เป็น ‘สัญลักษณ์’ บอกว่าผมเคยมีชีวิตอยู่ (- ถ้าโลกนี้ไม่มีแมว)

 

 

คุณ Genki สะท้อนภาพเหล่านี้ออกมาทางสัญลักษณ์ต่างๆ ทั้ง โทรศัพท์, นาฬิกา, หนัง, ครอบครัว และแมว ซึ่งล้วนแต่เป็นสิ่งใกล้ตัวที่เรามองมันอยู่ทุกวัน แต่ไม่เคยเข้าใจมันลึกซึ้งสักที ทำให้คนอ่านรู้สึกบีบหัวใจหนักขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงจุดไคลแมกซ์ที่เราไม่อาจจะกลั้นน้ำตาให้กับความแหลกสลายจากภายในได้ เราร้องไห้ แล้วกลุ่มก้อนความคิดภายในก็ก่อรูปร่างขึ้นมาใหม่ เป็นความเข้าใจในสัจธรรมแห่งชีวิต

 

ผมอยากให้คุณสังเกตตรงนี้ครับ ประเด็นที่โดนใจ ประเด็นที่ใช่! มักจะทำให้คนอ่านอินได้ง่ายกว่าประเด็นที่ไกลตัวเสมอ

 

www.go2writer.com

 

อันดับต่อมาคือ ความชัดเจนในประเด็นครับ หากคุณเคยอ่านหนังสือเล่มนี้มาก่อน คุณจะพบว่า ไม่มีจุดใดในหนังสือเลยที่หลุดโฟกัส

 

ทุกบท ทุกตอน ทุกคำ คุณ Genki สอดร้อยเกาะเกี่ยวไปกับประเด็นหลักอย่างชัดเจนและเข้มงวดจนคนอ่านสัมผัสได้ถึงพลังความหนักแน่น!

 

ตรงนี้คือตัวอย่างที่ดีของการเขียนทุกอย่างครับ แต่อย่างผมเนี่ย เป็นตัวอย่างที่ไม่ดี… เพราะเมื่อก่อนผมชอบเขียนอะไรหลายประเด็น จนมันเยอะเกินกว่าที่คนอ่านจะรับไหว

 

เชื่อเถอะครับว่า ถ้าคุณพูดให้ใครสักคนฟังถึงสามประเด็น ประเด็นที่ง่ายที่สุดแค่ประเด็นเดียวเท่านั้นล่ะครับ ที่เขาจะจำ

 

มิหนำซ้ำถ้ามันยากไปหมด เขาก็จะจำอะไรไม่ได้เลย

 

น่าเศร้านัก!

 

แล้วอย่าคิดว่า ไอ้เรื่องประเด็นนี่ “มันเกี่ยวกับแค่เขียนบทความเท่านั้นหรอก” หรือ “เขียนอะไรสั้นๆ เท่านั้นหรอก” นิยายยาวเป็นร้อยๆ หน้า จะมาใส่แค่ประเด็นเดียว มันคงน่าเบื่อแย่

 

ผิดถนัดครับ ยิ่งยาวเท่าไหร่ คุณยิ่งต้องเน้นประเด็นเดียวให้ชัดเจน ไม่อย่างนั้น ก็จะไม่มีใครจำอะไรเกี่ยวกับเรื่องของคุณได้

 

ประเด็นนี่ไม่ใช่พล็อตนะครับ มันคือแก่น (Theme) ในนิยายหนึ่งเรื่องอาจจะมีพล็อตหลักพล็อตรองหลายพล็อต แต่พล็อตทุกพล็อตต้องรับใช้แก่นเรื่องครับ

 

ถ้าหากนิยายของคุณมุ่งเน้นไปที่ ความมานะพยายาม ความขยันขันแข็ง พล็อตทุกพล็อตของคุณก็จะต้องสอดคล้องกับ ความมานะพยายาม ความขยันขันแข็งด้วย

 

พล็อตรอง จึงไม่ใช่การใส่ประเด็นเพิ่ม แต่คือ การทำให้ประเด็นหลักชัดเจน

 

และถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่คุณทำได้ นิยายของคุณจะกลายเป็นที่ประทับใจ และน่าจดจำอย่างแน่นอน

 

www.go2writer.com

 

นี่แหละครับจุดเด่นแรกของนิยายเรื่องนี้ที่ผมงัดแงะมาให้คุณดู (อย่างกับขโมยแน่ะ) และตอนนี้ ก็หมดโควต้าหน้ากระดาษผมแล้ว อีกหกข้อที่เหลือคงต้องยกยอดไปต่อในตอนหน้าล่ะครับ

 

และไหนๆ เราก็เอาเขามาเป็นตัวอย่างแล้วเนาะ งั้นโฆษณาขายของให้เขานิดนึงละกัน (ฮ่า ฮ่า)

 

‘ถ้าโลกนี้ไม่มีแมว’ เป็นตัวอย่างหนังสือดีเล่มหนึ่ง ควรค่าแก่การอ่านซักครั้งครับ ไม่ว่าคุณจะอ่านเพื่อเอาเรื่อง อ่านเพื่อเอารส หรืออ่านเพื่อศึกษากระบวนการคิดและเขียนของนักเขียนชั้นยอดอย่าง Genki Kawamura ก็ตาม ถ้าคุณชอบหนังสือแนวนี้ อยากซาบซึ้งอิ่มเอมใจ และอ่านหนังสือที่ง่ายๆ เรื่องนี้เลยครับ ผมแนะนำ หนังสือเขาดีจริงๆ คุ้มแน่นอน

 

และก่อนจะจากกันวันนี้ ขอโฆษณาตัวเองอีกนิดนึงนะครับ ถ้าหากคุณอยากอ่านเทคนิคในการเขียนอื่นๆ รวมทั้งเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับนิยายและการเขียน อัพเดทแบบมีแจ้งเตือน ก็สามารถตามกันได้ที่ https://www.facebook.com/go2writer นะครับ (แรกๆ มันอาจจะร้างไปหน่อย แต่สัญญาว่าจะพยายามอัพเดทบ่อยๆ ฮ่า ฮ่า)

 

แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้ากับเคล็ดลับอีก 6 ข้อครับ แล้วคุณจะเขียนนิยายได้ยอดเยี่ยมกว่าเดิมแน่นอน

 

ขอให้มีความสุขกับการเขียนครับ

-ณนณ-

www.go2writer.com