www.go2writer.com

ฝนพรางฟ้า (๒๗.ปฐมเหตุแห่งไฟ)


 

ทารกเพศหญิงห่อพันกายด้วยผ้าเนื้อดีถูกพามายังกุฏิพระอาจารย์มิ่ง สีหน้าของบิดามารดา แลเพียงแวบเดียวก็รู้ได้ถึงความร้อนใจ ผิดกับเด็กน้อยที่นอนยิ้มร่าบนเบาะรอง

ผู้ทรงศีลทอดสายตามองด้วยความสงบเย็น เอ่ยวาจากังวานใส ราวเสียงระฆังเนื้อดี

“อวิชชานี้ติดตัวลูกสาวของพวกเจ้ามาตั้งแต่อดีตภพ เป็นอาถรรพ์ จะแก้ไขให้หมด เห็นจะทำมิได้”

“ไม่มีทางเลยหรือเจ้าคะ พระอาจารย์” คนเป็นแม่หัวใจรอนๆ จนแทบจะดิ้นตาย “นับตั้งแต่ลูกคนนี้เกิดมา อิฉันกับผัวแทบมิต้องกระดิกตัวไปทางไหน มัวแต่หวาดระแวงว่าเมื่อใดที่ลูกเริ่มหลับ ภูตผีมันจะออกมาทำร้าย”

คำกล่าวของนางไม่เกินจริงแม้แต่น้อย ทุกครั้งที่บุตรีละจากเต้านม เคลื่อนคล้อยสู่นิทรารมย์ สิ่งเร้นลับจะปรากฏให้เห็น

และไม่ใช่เพียงตัวสองตัว

แต่ราวกับบุกมาทั้งนรก!

ขืนเป็นอย่างนี้เรื่อยๆ มิพักแต่นางกับผัวจะต้องขวัญผวาจนเป็นบ้า แม้ตัวกาหลงเองก็คงต้องโดนเจ้าหน้าที่บ้านเมืองจับกุดหัวเข้าสักวัน

“หนทางพอมี แต่มิใช่ใครจะทำให้ เจ้าตัวต้องทำเอง”

“ทำอย่างไรขอรับ” ผู้เป็นบิดาประณมมือสาไหว้

“วิชาอาถรรพ์นี้ใช่ว่าใครจะฝึกฝนจนบรรลุ เพียงผู้เปี่ยมด้วยสติปัญญาและมีกระแสจิตอันแรงกล้าต่อความยึดมั่นในสิ่งใดสิ่งหนึ่งเท่านั้นจึงสำเร็จ วิธีแก้ไข จำต้องฝึกจิตในทางกลับกัน คือ ปล่อยวาง…

“สืบไปเบื้องหน้า เมื่อพบพานทั้งสิ่งรักและไม่รัก ชอบใจและไม่ชอบใจ จงอย่ายึดเหนี่ยวไว้จนใจมัวหมอง” ประโยคท้าย คล้ายพูดกับเด็กหญิง

“พวกกระผมจะทำเช่นนั้นได้อย่างไรขอรับ”

“เลี้ยงดูให้ดีก็พอ”

“แต่พระอาจารย์เจ้าคะ” คนเป็นแม่พิโอดพิโอย “แล้วก่อนจะถึงตอนนั้น พวกอิฉันมิต้องตายกันหมดก่อนหรือ เด็กตัวเท่านี้ จะสอนจะสั่งอย่างไรให้เข้าใจในธรรมอันลึกซึ้งได้”

“เจ้ากลัวตายหรือ”

“กลัวสิเจ้าคะ”

“ความตายไม่มีจริงดอกนะ” พระอาจารย์เอ่ย “แต่เอาเถิด หากมิทำอะไรบ้าง พวกเจ้าคงไม่สบายใจ ข้าจะบอกพิธีกรรมให้พวกเจ้าทำ”

ทั้งพ่อและแม่พากันกราบพระอาจารย์ ผู้ทรงศีลสำทับซ้ำ

“แต่นี่เป็นเพียงการสะกดอาถรรพ์ชั่วคราว หาใช่แก้ไขไม่ นางจะเป็นเยี่ยงไรในอนาคต ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับการฟูมฟักของพวกเจ้าแล้ว”

 

 

กาหลงถูกไอ้โจรป่าที่จับตัวมา ผลักจนล้มลงพับเพียบต่อหน้าลูกพี่ของพวกมัน มือเล็กๆ กำหมัดแน่น ริมฝีปากเม้มจนเป็นเส้นตรง แม้หน้าจะก้ม แต่ตาไม่ยอมกะพริบ

ท่าทางสู้ของกาหลง ดูเหมือนจะเป็นเพียงเรื่องขบขันให้พวกมันหัวร่อ

อ้ายศรผู้เป็นขุนแห่งบรรดาโจรทั้งหลายเป็นคนตัวใหญ่หนา ล่ำสัน รอบตัวของมันมีแต่ยันต์สักเต็ม ใบหน้ากร้านมีหนวดเครารกคลุม มันย่างสามขุม ย่อตัวลงเชยคางกลมมนของนาง หากคนตัวเล็กบางกลับเอ่ยเสียงหนัก

“อย่าแตะต้องตัวข้า”

โจรป่าขมวดคิ้วแน่น ดูเอาเถอะ ที่ผ่านๆ มา ไอ้อีหน้าไหนถูกจับมาโยนทิ้งกลางวงล้อมของโจรป่าอย่างเขา ถ้าไม่กลัวจนตัวสั่น ก็มีแต่เอ็ดตะคอกกลับด้วยหวังจะใช้อำนาจแห่งโทสะเข้าข่มหวังเอาชนะ ทว่า นางนงคราญนี่กลับแตกต่าง

ไม่เพียงสายตาจะไม่แสดงความหวาดกลัว น้ำเสียงยังสุขุมจนถึงขั้นเย็นชืด

หนาวถึงกระดูก!

แต่ขืนขุนโจรอย่างอ้ายศรยอมทำตามอิสตรีสั่ง คงคุมลูกน้องทั้งหลายไม่อยู่ จำต้องสำแดงอำนาจ

“ไม่แค่จะแตะเนื้อให้นวลหมองดอก กูจะเอามึงทำเมีย!”

เสียงหัวเราะกระหึ่มดัง พวกสมุนของมันทุบอกกระทืบเท้าอย่างสะใจ กระนั้น กาหลงก็ยังนิ่งได้

เหมือนไม่ใช่นางในยามปกติ!

“คนอย่างเอ็ง ทำไม่ได้ดอก” กาหลงเอ่ยเรียบ “แม้แต่วิชาถอดจิตแปลงรูป เอ็งยังฝึกไม่สำเร็จเลยมิใช่หรือ มิเท่ากับเอ็งมันก็แค่ไก่ได้พลอย หัวล้านได้หวี ข้าจะต้องกลัวคนเยี่ยงนี้ไปไย”

คนถูกประจานหน้าเผือด ผละมือออกจากคางของนาง ทว่ามือเล็กของอิสตรีกลับฉวยคว้าข้อแขนมันเอาไว้แน่น!

“รีบไปไหน เอ็งจะเอาข้าทำเมียมิใช่รึ”

“มึงรู้เรื่องกู!”

เป็นทีของกาหลง ริมฝีปากบางเหยียดยิ้มติดมุมปาก พวกโจรป่าลูกสมุนที่รายล้อมอยู่ แม้จะได้ยินถ้อยความเพียงกระท่อนกระแท่น ยังรับรู้ได้ถึงสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง เป็นเหตุให้เริ่มคิด… หญิงผู้นี้เป็นใครหนอ จึงทำให้ขุนโจรอย่างอ้ายศรถึงกับหน้าถอดสี

พอเห็นไม่ตอบ โจรป่าตัวหนาล่ำสันก็หมายจะเอ็ดตะคอกถาม

“กูถาม…”

“กูถามทำไมมึงไม่ตอบ!” กาหลงสวนกลับเร็วทันควัน อ้ายโจรร้ายถึงกับหายใจติดขัด กระชั้น

“มึงอ่านความคิด…”

“มึงอ่านความคิดกูออกรึ”

“มึงอย่า…”

“มึงอย่ามาโกหก กูไม่เชื่อมึงหรอก!”

อ้ายศรสะบัดแขน ปัดมือกาหลง มันล้มก้นจ้ำกับพื้น ในจังหวะเดียวกัน กลับเป็นกาหลงที่ลุกยืนค้ำหัวมัน

หรือ… นางจะสำเร็จวิชา

“เอ็งคิดไม่ผิดดอก อ้ายศร!”

ฉับพลัน! เยื้องด้านหลังของกาหลงก็ปรากฏเป็นเงาควันดำระเหยออกมา ก่อเกิดเป็นรูปร่างเลือนรางของนางอีกคน แสยะยิ้มราวกับปีศาจ!

สายลมกรีดร้องบ้าคลั่ง แผ่นดินสะเทือนสะท้าน ป่าเขาราวกับจะพินาศราบ สมุนโจรป่าบางคนถึงกับตะโกนลั่นตกใจ อ้ายศรกระถดตัวจะหนี กาหลงเหยียบขาของมันไว้ ขุนโจรผู้ได้ชื่อว่าไม่เคยแพ้ใคร ครวญครางด้วยความเจ็บปวด ยกมือไหว้ท่วมหัว

“ไว้ชีวิตฉันเถอะแม่หญิง อย่าทำฉันเลย!”

“จำไว้! กูเป็นเจ้าชีวิตมึง!”

“ทุกอย่างจ้ะ แม่หญิง ฉันจะทำตามสั่งทุกอย่าง!”

 

 

แม้จะรู้เลาๆ ว่าไอ้จันมันเป็นพวกโจรป่า แต่สำหรับผล ไอ้จันมันก็เป็นเกลอกันมาตั้งแต่อ้อนแต่ออก เมื่อมันมาขอความช่วยเหลือ มีหรือ ผู้เป็นสหายจะไม่รับฟัง

“กูเพียงแต่อยากให้มึงช่วยสอดส่องดู นอกจากหมื่นหาญแล้ว อีพุดซ้อนมันเล่นชู้กับใครอีกบ้าง”

พอได้ฟังคำของไอ้จันแล้ว ผลก็ได้แต่เกาหัว

“มึงจะอยากรู้ทำไมวะ หรือเสียดายอีนั่น มึงตัดใจเถอะ ต่อให้มันไม่มีผัวไม่มีชู้ มันก็ไม่ชายตามองมึงดอก!”

“โถ ไอ้ควาย! กูจะเอามันมาข่มกูหรือ” คนเป็นเพื่อนเอ็ดตะโร ก่อนจะยอมลดเสียงเป็นกระซิบกระซาบเมื่อเอ่ยถึงชื่อต้องห้าม “พี่ศรสั่งมาต่างหากโว้ย!”

“ไฮ้!” ไอ้ผลเหลียวซ้ายแลขวา กลัวใครจะมาได้ยิน “แล้วจะอยากรู้ทำไมวะ หรือแค้น เห็นคนของท่านอินทรบอกว่าเมื่อตอนไปปากน้ำโพ โดนโจรป่าบุกปล้น แต่ชิงอันใดมิได้ เสียเชิงรึ”

“ถึงกูมิรู้ในข้อนั้น แต่กูว่าไม่ใช่” ไอ้จันตอบ “มึงรู้จักแม่หญิงที่ติดตามไปกับขบวนเกวียนสินค้าไหม ที่งามเหมือนนางฟ้านั่นน่ะ”

“แม่หญิงกาหลง”

“คงชื่อนั้นกระมัง” คนพูดส่งเสียงงึมงำ “เห็นพี่ศรเกรงนางนัก คงเป็นนางที่ออกคำสั่ง”

“มึงพูดอะไรมั่วซั่ว คนอย่างแม่หญิงน่ะรึ เอวบางร่างน้อยปานนั้น ลมพัดยังปลิว จะเอาอะไรไปให้ขุนโจรอย่างอ้ายศรกลัว” ไอ้ผลแย้ง แต่เมื่อตรองถี่ถ้วน ที่ชาวบ้านเขาร่ำลือกันว่า แม่หญิงกาหลงปรารถนาในตัวของท่านอินทร จนเล่นคุณไสยใส่ ทำให้อีพุดซ้อนถูกเฉดหัวออกจากบ้าน ก็ดูจะมีเค้าจริงจังเมื่อนำมารวมกับเรื่องนี้

ไอ้ผลอึดอัดขึ้นมาเสียดื้อๆ เมื่อรู้ตัวเองต้องพัวพันกับเรื่องอะไร

“แล้วมึงแค่ให้กูตามดูเท่านั้นหรือ”

“ทำแค่นั้น กูลงมือเองมิดีกว่าหรือวะ” ไอ้จันหงุดหงิด “ถ้ามึงสืบจนรู้แน่แล้ว จะขอมึงไปแจ้งความแก่หมื่นหาญด้วย ถ้าทำสำเร็จ พี่ศรจะตบรางวัลให้”

“เพื่ออะไรวะ”

“ไอ้หมื่นหน้าโง่จะได้รู้เสียที ว่าอีนี่ไม่ได้มีมันเป็นชู้แค่คนเดียว!”

 

 

 

ดึกสงัด ทว่า ภายในเรือนของลำดวนมีแต่เสียงเอะอะโวยวายเจือเสียงสะอื้นไห้ครางครวญ นางผู้เป็นเจ้าของเรือนแทบหัวใจสลาย เข้าทุบอกผู้เป็นผัวจนหมดแรง แล้วทรุดกอง

ไอ้ผัวเลว! ไอ้ผัวระยำ! มาบอกกูได้ว่าคบชู้

แล้วอีนั่นที่นั่งปั้นจิ้มปั้นเจ๋อก็ไม่ใช่ใครไหนอื่น แต่เป็นอีพุดซ้อน – ญาติผู้พี่ของนาง!

“กูอยากจะฆ่าพวกมึงให้ตายนัก!” รอยเสียง เค้นผ่านไรฟัน หากคนฟังซึ่งวางตัวสูงส่งเสียเต็มประดากลับตอบราวกับไม่อนาทร

“อย่าโวยวายนักเลยอีลำดวน กูรำคาญ! กูแค่นอนกับผัวมึง ไม่ได้คิดจะเอามาเป็นผัวกูเสียหน่อย”

“มึงไม่ต้องพูด! กูอุตส่าห์ไว้เนื้อเชื่อใจ เห็นเป็นพี่เป็นเชื้อ มึงยังทำกับกูได้”

“คิดว่านี่เป็นความผิดกูทั้งหมดรึ มิโทษตัวเองบ้างเล่า ถ้ามึงจัดการเรื่องในมุ้งให้ดี ผัวมึงจะอดอยากจนมาตะกรามกินกับกูรึ”

คนถูกยอกย้อนนิ่งจนพูดอะไรไม่ออก ได้แต่มองหน้าผัวอย่างเคียดแค้น

นางน่ะหรือ ไม่ดูแลมัน ทั้งการเรือน การมุ้ง ไฉนจะมิทำ แต่มันเคยสนใจเสียเมื่อไหร่ ในสายตาของมัน นางมิได้สวย มิได้งาม มิน่าเชยชม จะให้นางต้องยอมรับข้อนี้อีกหรือ

“กูอยากจะตายเพราะมึงจริงๆ ไอ้ชด!” ลำดวนบอกทั้งน้ำตา

คนเป็นผัวทำท่าหงุดหงิด นิ่วหน้า กลบเกลื่อนความรู้สึกผิดในใจ

“เออ มึงตายๆ เสียเถอะ เรื่องแค่นี้ ทำใจเสาะ”

“นั่นซี อยู่หรือตาย คนอย่างมึงก็ค่าเท่ากัน” พุดซ้อนถากถาง “นอกจากพวกกู ใครอีกจะแยแสมึง ฮึ ลำดวน ปากมึงสร้างศัตรูไปทั่ว ไปไหนก็มีแต่คนชังน้ำหน้า ก็เอาซี ตายๆ เสีย จะได้หมดเวรหมดกรรม”

ลำดวนโกรธจนตัวสั่น กัดฟันแน่น แทบจะถลาตบคนที่เคยยกย่องมาแต่เล็ก แต่อีกฝ่ายไม่สะทกสะท้าน ยังคงเจรจาต่อ

“หรือไม่ มึงก็อย่าเพ่อรีบตาย อยู่ช่วยกู ช่วยไอ้ชด มิให้ต้องโดนอาญาแผ่นดิน แล้วกูจะตอบแทนข้าวของเงินทองแก่มึง จะได้มิต้องยากจนเยี่ยงนี้อีก ดีไหม มึงไม่อยากลองใช้ชีวิตเยี่ยงเศรษฐีบ้างรึ”

หัวใจเต้นระส่ำของลำดวนค่อยเบาลงเมื่อมองเห็นผลประโยชน์ตรงหน้า ความลำบากยากแค้นทำให้นางฝันถึงวันดีในชีวิต อยากจะมั่งมีกับเขาบ้าง พุดซ้อนเองก็รู้ จับจุดถูก จึงใช้มาลวงล่อ

“มึงจะให้กูทำอะไร” ลำดวนถามตรง

“เป็นพยานยืนยัน ว่าเห็นไอ้อินทรฆ่าไอ้ผลท้ายหมู่บ้าน!”

คำตอบของพุดซ้อนทำคนฟังอึ้ง รู้ทั้งรู้ อีพุดซ้อนมันชั่ว กล้าแย่งผัวชาวบ้าน แต่ไม่เคยคิด มันจะต่ำทรามจนถึงขั้นใส่ร้ายให้ผัวตัวเองเป็นฆาตกร

ท่านอินทรจะรู้ไหม เมียรักของตัว ที่แท้เป็นอสรพิษ!

อย่าว่าแต่อีลำดวนเลยที่ตกใจ แม้แต่ไอ้ชดก็ยังเอ่ยปราม

“ไหนเจ้าจะให้ลำดวนยืนยันว่าข้ากับเจ้าไม่มีส่วนรู้เห็นกับการตายของไอ้ผลเท่านั้นมิใช่หรือ ไยจึงโยนบาปให้ท่านอินทร”

“หรือเอ็งอยากต้องโทษประหารแทนมัน” พุดซ้อนถามหน้าตาย “คิดหรือว่า เพียงแค่ปฏิเสธ เอ็งกับข้าจะพ้นอาญาโทษได้ แต่ถ้ามีคนรับโทษแทนแล้ว ใครก็คงไม่มาขุดคุ้ย”

“กูไม่ทำ! มึงก็ห้ามทำ ไอ้ชด!” ลำดวนประกาศลั่น ถึงจะไม่ใช่ญาติเชื้อ แต่นางก็เทิดทูนท่านอินทร

จะตกระกำลำบากอย่างไร ทุกข์ยากเพียงไหน นางก็มีแต่บุรุษจากต่างถิ่นผู้นั้นคอยเอื้ออาทร

จะหาใครดีเช่นนี้อีก

ทว่า คนเอ่ยปากร้องขอกลับหัวเราะในคอ ส่ายหน้า

“เช่นนั้นรึ งั้นกูจะบอกหมื่นหาญว่ามึงแอบคบชู้กับไอ้ผล พอผัวระแคะระคาย มึงจึงลวงมันไปฆ่า ทีนี้มึงก็รับโทษแทนพวกกูเถอะ”

“อีพุดซ้อน!!”

“มึงอย่าคิดว่ากูพูดเล่น ระหว่างคำมึงกับคำกู น้ำหนักฝั่งไหนมากกว่า มึงตรองเอาเอง!”

 

 

 

“ใครมาเอะอะโวยวายหน้าเรือนหรือ พี่แย้ม”

กาหลงเอ่ยถามทันทีเมื่อเห็นพี่เลี้ยงเข้ามาในห้อง นางบ่าวนั่งพับเพียบใกล้ ตอบสำเนียงสูงๆ ต่ำๆ ตามจริต

“พวกชาวบ้านมาร้องทุกข์กระมังเจ้าคะ บ่าวเห็นท่านหมื่นรีบร้อนลงเรือนไปหา ดูท่าจะสำคัญ”

คิ้วเรียวโค้ง สวยงาม ขมวดเบา ในใจวิตกกังวล

“คงมิใช่เรื่องพี่หมื่นกับแม่พุดซ้อน…”

“อู้ย! ไม่ใช่ดอกเจ้าค่ะแม่หญิง ท่านหมื่นน่ะดูแลอี…” สบสายตาตำหนิของผู้เป็นนายแล้ว อีแย้มจึงยอมเปลี่ยนคำเรียกขาน “ดูแลแม่พุดซ้อนดีเสียยิ่งกว่าเมียคนใดที่ผ่านมา ถึงขนาดพานางมาค้างอ้างแรมบนเรือน หาได้สนใจสายตาบ่าวไพร่ที่ลอบมองไม่!”

“เมื่อไหร่กัน”

“เมื่อคืนเจ้าค่ะ อี… แม่พุดซ้อนก็ระริกระรี้เหลือทน ไม่ต้องเกรงใจผัวตัวเองล่ะ นังลำดวนกับไอ้ชดก็เหมือนจะรู้เห็นเป็นใจด้วยมั้งเจ้าคะ เห็นตามกันมาส่งถึงที่ น่าหมั่นไส้นัก”

คนพูดลอบมองสีหน้าผู้เป็นนายแล้วก็ได้แต่สลด สีหน้าของกาหลงไม่สู้ดีนัก อย่างไรเสีย หมื่นหาญก็เป็นพี่ชายของนาง ความผูกพันทางสายเลือดก็คงจะมีตามธรรมดา

“แต่ที่น่าเจ็บใจกว่า เห็นจะเป็นที่แม่หญิงต้องโดนติฉินนินทาโดยไม่รู้อิโหน่อิเหน่ คนทำผิดศีลผิดธรรมตัวจริงกลับลอยหน้าลอยตา”

คำของพี่เลี้ยงทำเอากาหลงแทบสะอึก พี่แย้มยังไม่รู้ว่าเมื่อครั้งไปเมืองปากน้ำโพเกิดอะไรขึ้นบ้าง ทั้งตอนนางโดนจับตัว และ ณ ถ้ำกลางป่า ที่นางสั่งให้อ้ายโจรถ่อยมาส่งเพื่อรอคอยพี่อินทร

หากรู้ พี่แย้มจะยังเข้าข้างและปกป้องหรือเล่า!

“ช่างเถิด” กาหลงบอกเสียงเรียบ ข่มความร้อนวูบวาบด้วยละอายใจลงไม่ให้ปรากฏ “อย่างไรเสีย พวกเราก็จะคืนกรุงศรีฯ วันนี้แล้ว ใครจะกล่าวร้ายอย่างไรก็คงไม่ได้ยินให้เดือดเนื้อร้อนใจ”

“สงสารก็แต่ท่านอินทรนะเจ้าคะ มีแต่คนใกล้ตัวสนองคุณ!”

ชื่อ นอกจากจะแสลงหูแล้ว ยังบาดหัวใจจนแทบจุก นางแน่งน้อยจำต้องระงับความคิด ซึ่งเป็นต้นเหตุทั้งปวงแห่งความทุกข์ไว้ รีบเฉไฉ

“มัวแต่พูด สัมภาระของฉันเรียบร้อยแล้วหรือ”

คนถูกถามยิ้มเอียงอาย

“เจ้าค่ะ”

 

 

ข้าวของถูกจัดลงหีบไม่ทันเสร็จดี ไอ้เสนก็คลานเข่าเข้ามาถึงหน้าประตูห้อง เป็นนางแย้มอีกที่ตาไว ปราดเห็น

“เอ็งมีอะไรไอ้เสน ไม่รีบเตรียมตัว จะได้ออกเดินทางแต่หัววัน”

“เห็นจะไปไม่ได้แล้วล่ะขอรับ” ไอ้เสนตอบ “ท่านหมื่นสั่งไว้ มิให้แม่หญิงออกนอกห้องในเพลานี้”

คำตอบของเสนทำคนเป็นบ่าวเหมือนกันงุนงง ทำไมจู่ๆ หมื่นหาญถึงต้องกักตัวน้องสาว ตะก่อนเห็นเร่งเร้าให้นางคืนอยุธยาประจำ

ทว่า กาหลงซึ่งหัวไวกว่า รู้เท่าทัน สังหรณ์ใจตั้งแต่ทีแรก

“เพราะพวกชาวบ้านข้างล่างล่ะซี”

“ขอรับ”

“เป็นมาอย่างไรล่ะ”

ไอ้เสนอ้ำอึ้ง อึกอัก แต่จำต้องบอก ไม่อาจปิดบังอำพราง

“เมื่อรุ่งสาง ชาวบ้านเจอไอ้ผลกลายเป็นศพท้ายหมู่บ้านขอรับ”

อีแย้มยกมือทาบอกอุทานลั่น

“ใครทำ”

“แม่หญิงขอรับ!” ไอ้เสนตอบ ตาจ้องมองผู้เป็นนาย “พวกชาวบ้านกล่าวหาว่าแม่หญิงเป็นคนฆ่า”

กาหลงประหลาดใจในชั้นต้น ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความหวาดหวั่น ใจสั่นระรัว อีแย้มเสียอีก โกรธจนควันออกหู

“ปากเสีย! ไอ้อีหน้าไหนมันพูด กูจะเอากะลาฟาดปากมัน!”

“พี่แย้มอย่าเพ่อใจร้อน ฟังความให้ถี่ถ้วนก่อนได้ไหม” กาหลงตั้งสติได้ไว เตือนบ่าวคนสนิท “เล่าต่อสิเสน ทำไมชาวบ้านถึงต้องกล่าวหาฉันโดยไม่มีเหตุผล”

“ศพไอ้ผลมันอุจาดตานักขอรับแม่หญิง ถูกผ่ากลางลำตัว หัวก็ถูกตัด พวกญาติๆ กันห้ามไม่ให้เมียของมันดูเพราะกลัวจะร้องไห้เป็นลมเป็นแล้ง สงสารก็แต่ไอ้แดง กำพร้าพ่อแต่เล็ก” ไอ้เสนพร่ำพูด ในรอยคำของมัน กาหลงรับรู้ จิตใจของบ่าวคนนี้ไม่ได้เลวนัก

คนพูดถอนใจเฮือก ก่อนจะเล่าต่อ

“พวกชาวบ้านเชื่อว่า เป็นเพราะแม่มดหมอผีทำ”

“แล้วเกี่ยวอะไรกับแม่หญิง!” คนใจร้อนอย่างอีแย้มรีบโพล่งถาม

“ข่าวลือขอรับ ก่อนหน้านี้แม่หญิงถูกนินทาว่าเล่นวิชาคุณไสย ทำเสน่ห์ใส่ท่านอินทร พวกมันก็จับมาโยงกันหมด”

“โอ๊ย! อีแย้มอยากจะบ้าตาย แม่หญิงเห็นหรือยังเจ้าคะ เพราะมัวแต่นิ่งเฉยเป็นพระอิฐพระปูน มิยอมแก้ไขแต่ต้น พวกมันเลยเอามาคิดเป็นตุเป็นตะ ทีนี้จะทำเยี่ยงไร จะกลับอยุธยาได้หรือ”

กาหลงกลืนน้ำลายยากเย็น สบตามองพี่เลี้ยงซึ่งกำลังนิ่วหน้า ใครเลยจะคิด แค่ลมปากของคนจะสร้างความฉิบหายได้ถึงเพียงนี้

อาวุธจะร้ายแรงเพียงใด ฤ บรรลัยเท่าถ้อยคำ!

“ไว้พวกชาวบ้านกลับหมดแล้ว ฉันจะหารือกับพี่หมื่นเอง!”

 

 

 

หมื่นหาญหน้าแดงจัดด้วยความโมโห พวกชาวบ้านรุมออเต็มหน้าเรือนเหมือนจะปักหลักไม่ยอมไปไหน จนเขาต้องตะคอกเสียงแข็ง

“พวกมึงกล่าวหาน้องกูโดยไม่มีมูลเยี่ยงนี้ อยากโดนเฆี่ยนทั้งหัวหงอกหัวดำรึ!”

คนมาอุทธรณ์ต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ดวงตาสั่นไหวหวาดเกรงอาญา แต่ยังร้องครวญ

“โธ่ ท่านหมื่น พวกเราไม่ได้ตั้งใจจะใส่ไคล้ผู้ใดดอก แต่ถ้าแม่หญิงกาหลงมิได้ทำ แล้วใครทำเล่า ไอ้ผลมันเคยมีศัตรูเสียที่ไหน เงินทองใช่จะมีให้ใครมาแย่งชิง”

“นั่นซี” อีกคนหนึ่งในกลุ่มร่วมสนับสนุน “มันตายอย่างผิดวิสัยเหลือเกินท่านหมื่น ถ้าไม่รีบจับตัวคนทำมาลงโทษ พวกเราจะหลับกันลงอย่างไรได้”

หมื่นหาญพ่นลมหายใจแรง ไม่พอใจยิ่งที่ถูกกดดัน

ทว่า เหนือกว่าโทสะชั่วแล่น คือความวิตกอันสุมแน่นในทรวง ตั้งแต่เมื่อคืน ที่พุดซ้อน ไอ้ชด อีลำดวน วิ่งโร่มาหาเขาเพื่อบอกความจริง

คนฆ่าไอ้ผล คือชู้รักของเขา!

เวรหนอกู ไม่ควรสิเน่หาในรสรักกับมันตั้งแต่แรกเลย อีตัวซวย!

“อุบ้ะ! พวกมึงเร่งกูเยี่ยงนี้ได้หรือ!!” หมื่นหาญเอ็ดตะโรกลบเกลื่อน “พยานหลักฐานไม่มีสักอย่าง เอาไว้ให้กูหาเบาะแสของมันได้ กูลากตัวออกมาลงโทษแน่!”

“แต่ท่านหมื่น…”

“พวกมึงไสหัวกลับได้แล้ว! หรือจะให้กูจับพวกมึงโบยจริง”

 

 

กว่าจะไล่พวกชาวบ้านที่ตื่นตระหนกราวกับลูกนกหลงทางหมด ก็กินเวลามากโข หมื่นหาญเครียดจนเส้นเลือดข้างขมับเต้นตุบๆ พอเห็นชู้รักรอในที่รโหฐานก็เอ็ดตะคอก ระบายอารมณ์เดือดดาล เงื้อดาบหุ้มปลอกราวกับจะฟาดใส่

“เพราะมึงคนเดียว! ก่อเรื่องครั้งแล้วครั้งเล่า กูฆ่าทิ้งเสียดีไหม!”

ทว่า คนเข้าตาจน ต่อให้กลัวแค่ไหน ก็กลายเป็นกล้า เหมือนหมาจนตรอก

“เอาสิเจ้าคะ ฆ่าอีพุดซ้อนเลย” เสียงแม้จะสั่น แต่ประกายตาท้าทาย “แต่อย่าหวังว่าท่านจะหนีรอดอาญาแผ่นดิน เพราะสักวันเรื่องของท่านก็คงแดงขึ้นให้คนเขารู้กันทั่ว!”

“อีพุดซ้อน!”

“เรื่องลักลอบเล่นชู้เห็นจะไม่หนักหนา แต่ที่ท่านสั่งการให้ไอ้เสนลอบฆ่าไอ้อินทร และที่ลวงเอาตำราต้องห้ามมาศึกษา เห็นจะหนีไม่พ้นกระมัง!”

หมื่นหาญมือสั่น ปากสั่น สิ้นคำจะตอบโต้

พุดซ้อนเหมือนปีศาจ เป็นอสูรกายน่ากลัว ยากจะต่อกร และหากไม่เอาความโกรธเกรี้ยวขึ้นมาข่ม เขาคงลงนั่งตัวสั่นงันงก!

ฝ่ายนางไพร่ผู้ต่ำต้อย เมื่อเห็นชู้ศักดินาของตนอึ้งงัน จึงยิ้มเยาะเย้ยหยัน เจรจาท้าทาย

“แต่ถ้าท่านหวังจะพ้นเคราะห์คราวนี้ ก็ควรเชื่อทำตามข้า”

“เอ็งจะทำยังไง”

“คืนนี้ข้าจะให้ไอ้ชดเบื่อวัวควายชาวบ้าน ชำแหละไส้พุง แล้วจะให้อีลำดวนลวงไอ้อินทรออกมา โยนความผิดว่ามันเป็นคนทำ เป็นผีกละยักษ์ร้าย เล่นของจนคุณไสยเข้าตัว จนต้องฆ่าคนฆ่าสัตว์ ที่เหลือ ท่านจงตัดสินใจเอง!”

หมื่นหาญแทบไม่เชื่อหูตัวเองเมื่อได้ยินความคิดของอีกฝ่าย สตรีรูปงาม ตาคม กลับมีความคิดวิปริตวิปลาสได้ถึงเพียงนี้!

“เอ็งมันอำมหิตนัก พุดซ้อน!”

“เจ้าค่ะ” พุดซ้อนเยาะ “ถึงกระนั้น ท่านจงเลือกเอา จะร่วมอำมหิตกับข้า หรือจะถูกเปิดโปงจนต้องอาญาเสียเอง!”

หมื่นหาญนิ่งงัน ความหวาดกลัวจับหัวใจเขาเขย่า มือที่กำดาบแน่นทิ้งลงข้างลำตัว ท่าทาง… บ่งบอกการตัดสินใจ โดยหารู้ไม่ ทั้งหมดนั้น อยู่ในสายตาของกาหลงทั้งสิ้น!!

 

 

 

ตะวันคล้อยต่ำ กาหลงคลุมผ้าปกศีรษะจนมิดชิด มุ่งตรงยังเรือนของอินทร

ตลอดทั้งวัน นางกระทำเสมือนไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น ไม่รู้เรื่องราวที่หมื่นหาญกับพุดซ้อนร่วมวางแผน ขังตัวเองอยู่แต่ภายในห้อง ทั้งที่ในหัวใจร้อนรุ่ม

พี่อินทรจะถูกใส่ร้าย

พี่อินทรจะถูกฆ่า!

ดวงหน้าสดใสเกลี้ยงเกลาเหมือนหนุ่มน้อยแจ่มชัดในความทรงจำ รอยยิ้มอ่อนโยน วาจาสุภาพ กระแสอบอุ่นในท่าทาง… กลิ่นจางๆ ยังละมุนติดในกระแสคิด

 

แม้นไม่รัก กันแล้ว จะแล้วลา

แต่น้องยา ยังรักมั่น มิผันแปร

 

ไม่ว่าอย่างไร นางจะต้องช่วยพี่อินทรให้จงได้!

 

ไปได้ไม่ถึงครึ่งทาง สุมทุมพุ่มไม้ข้างๆ ก็ไหวสั่นสวบสาบ กาหลงชะงักฝีเท้ากึก จนกระทั่งเห็นชายสองคนก้าวพ้นออกมา

มีหรือจะจำไม่ได้ – บ่าวในบ้าน!

ไม่ใช่พี่หมื่นรู้แล้วดอกหรือ จึงส่งให้ไอ้พวกนี้มาตามตัวกลับ

แต่นางเป็นถึงเจ้านาย คงฟังคำสั่งกันบ้างกระมัง!

“พวกเอ็งจงใจขวางทางข้าอย่างนี้ มิกลัวจะโดนหวายหวดหลังกันหรืออย่างไร”

กาหลงขู่ น้ำเสียงนิ่ง เย็น ทำเอาคนฟังขนลุกซู่ ไม่กล้าตอบกลับ ขณะเดียวกัน ก็ไม่อาจถอยหนี จนดรุณีเสียงแข็งใส่

“ข้าสั่งให้ถอยไป!”

สิ้นคำ ทางด้านหลังของนางมีวาจาเอ่ยตอบ

“พวกมันไม่ทำตามเจ้าสั่งดอก แม่หญิงกาหลง”

หันขวับ เจ้าของเสียงนั้นหาใช่พี่ชาย แต่เป็นชู้รักของเขา

พุดซ้อน!

 

 

กาหลงถูกบังคับให้เดินกลับเข้าห้องนอนอย่างไม่เต็มใจ ท่วงท่ายังคงงดงาม ความนิ่งเงียบสมเป็นกุลสตรีฉายชัด หากแววตานั้นเปี่ยมล้นด้วยประกายปะทุ

“เจ้าพูดอะไรกับพี่หมื่น จึงวางอำนาจบาตรใหญ่ ออกคำสั่งกับบ่าวไพร่ในบ้านนี้ได้”

คนถูกถามหัวเราะ ลอยหน้าลอยตาท้าทาย

“เป็นเมียนี่คะ อ้อนนิดหน่อย ผัวย่อมเอ็นดู”

“เมีย” กาหลงเลิกคิ้ว ย้อนคำ “ไม่ได้เรียกว่าชู้ดอกรึ”

แวบหนึ่ง แววตาแห่งความเจ็บแค้น ไม่พอใจ ฉายวาบ ก่อนจะเลือนหายรวดเร็ว กลายเป็นเพียงอาการจีบปากจีบคอดัดจริต

“จะต่างกันอย่างไรคะ เมียหรือชู้ สุดท้ายก็เป็นคนที่นอนคุยกัน แม่หญิงล่ะ เคยนอนคุยกับผู้ใดหรือยัง รึอยาก แต่ไม่มีใครยอมสนอง”

“นั่นซี ถือเป็นเคราะห์ดีของข้าทีเดียวเชียว ที่ไม่มีผู้ใดคอยสนองตัณหาชั่วในใจ จึงไม่ต้องถูกลดตัวให้ต่ำลงเทียบกับสัตว์เดรัจฉาน”

“แม่หญิง!!”

“ทำไมใช้น้ำเสียงอย่างนั้นกับข้าล่ะ แม่พุดซ้อน ข้ายังมิได้ด่าทอต่อว่าอันใดเจ้าสักนิด เพียงแต่พูดความจริง วิสัยของเจ้าเป็นวิสัยเดียวกับพวกสัตว์ พึงพอใจตัวผู้ตัวไหนก็ยินยอมพร้อมใจให้ขึ้นขี่ขย่ม แล้วจะขุ่นเคืองข้าเรื่องใด”

สีหน้าติดแววยิ้มเยาะข่มขวัญเมื่อแรกนั้น เริ่มบิดเบี้ยว กลายเป็นขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน คำด่าของกาหลงเจ็บแสบจนเหลือทน พุดซ้อนแทบจะถลาเข้าไปผลัก แต่แล้วก็ต้องเสียวสันหลังวาบ เมื่อกาหลงเอ่ยทัก

“อยากทำร้ายข้ารึ”

พุดซ้อนแทบกลับลำไม่ทัน หัวใจหล่นวูบ

“ใครจะทำอย่างนั้นได้ลงคอ แม่หญิงเป็นถึงน้องผัว”

“ดีแล้วล่ะที่เจ้าคิดอย่างนั้น” กาหลงนิ่งในที ทว่า อะไรบางอย่างในตัวกลับข่มคนตรงหน้าจนแทบจะจมมิด “เพราะพลั้งเผลอกระทำสิ่งใดแก่ข้า จะเป็นเจ้าเองที่เสียใจ พุดซ้อน”

ลึก… ในอก… คนฟังรับรู้ นั่นไม่ใช่แค่คำขู่

กาหลงอาจทำบางอย่างได้มากกว่าที่นางคิด!

ไม่กล้าตอบโต้ จึงได้แต่กระฟัดกระเฟียด สั่งการบ่าวไพร่ที่ยืนคุมเชิง

“ลงกลอนให้แน่นหนา อย่าให้แม่หญิงกาหลงออกมาได้ ผู้ใดขัดขืนคำสั่ง ข้าจะให้ท่านหมื่นลงโทษ”

พูดจบ ก็สะบัดชายผ้าถุงเดินแน่บหนี บ่าวไพร่ทั้งสองที่คุมตัวกาหลงกลับมารีบปิดบานทวารตามคำสั่ง ไม่ทันสังเกต ภายในห้อง นอกจากกาหลงแล้ว ยังมีเงาร่างเลือนรางของอิสตรีหนึ่งนั่งอยู่บนเตียง!

 

 

 

อินทรนอนไม่หลับ มือก่ายหน้าผาก พยายามข่มตาเท่าไหร่ เขาก็ไม่อาจทำให้ตัวเองจมลงสู่ห้วงนิทราได้ตามต้องการ คิดกังวลถึงแต่เรื่องของเมียกับชายชู้

และเลยไปถึง กาหลง

น้องน้อยเอ๋ย ไฉนเลยข้าจะไม่รับรู้ถึงหัวใจอ่อนๆ ยามเจ้าเหงา ไยจะมิอยากกอด ยามเจ้าร้องไห้ ไยจะมิอยากซับน้ำตา

แต่เวลา… ที่ช้าไป…

ไม่ว่าอย่างไร ความถูกต้องย่อมมาก่อนเสมอ

น่าเสียดายเหลือเกิน พุดซ้อนเองไม่คิดอย่างเขา นางจึงกระทำตามใจปรารถนาทุกประการ ไม่ไยดีว่าจะทำร้ายใครบ้าง

นั่นล่ะ คือความเห็นแก่ตัว

ใครจะทุกข์ก็ช่าง ขอกูมีความสุขพอ!

 

 

“ท่านอินทรเจ้าคะ”

เสียงเคาะประตูและเสียงเรียกปนสะอื้นดังขึ้น ทำให้เขายันกายลุก เพ่งมองยังต้นเสียง แม้ทวารจะปิดแน่น แต่เงาแสงสว่างลางเลือนของตะเกียงยังลอดผ่านเข้ามาได้

เกือบสองยามแล้ว… ลำดวนมาทำอะไร

หรือจะเป็นเรื่องไอ้ชด

พอนึกถึงความเดือดร้อนของบริวารแล้ว คนตัวสูงไม่รีรอ รีบลงเตียง จัดเครื่องแต่งกายให้เรียบร้อย สำรวม พลางร้องถาม

“มีเหตุอันใด ลำดวน”

นางยังไม่ทันตอบ บานประตูก็เปิดกว้าง เสียงแอ้ดดังกังวานท่ามกลางความเงียบ

“ว่าอย่างไร บอกมาซิ”

“ข้า…” ลำดวนอ้ำอึ้ง หลุบตาหลบ ไม่กล้ามองคนตรงหน้าด้วยมโนสำนึกรู้ผิดชอบ ทว่าความกลัวกลับกรีดร้องโหยหวน

“บอกมาเถิดลำดวน มัวอมพะนำแล้วข้าจะรู้เรื่องไหม – เอ็งเป็นอะไร… หรือไอ้ชด…”

น้ำตาแทบร่วง เป็นครั้งแรกที่ลำดวนอยากจะร้องไห้ให้ใครสักคนหนึ่งจากใจจริง

พ่อคุณพ่อทูนหัว พ่อจะรู้ไหมนะ ว่ากำลังจะโดนกูลวงไปให้เขาฆ่า ทำไมยังดีกับกูถึงเพียงนี้

อีลำดวนเอ๊ย! มึงเองก็เลวไม่แพ้ผัวแพ้พี่มึงหรอก!

“แม่หญิงกาหลงจ้ะ” ลำดวนโกหกเสียงอ่อย “แม่หญิงสั่งให้มาบอก ว่าจะรอท่านอินทรหลังหมู่บ้าน จะแจ้งความเกี่ยวกับหมื่นหาญ”

หากเป็นปกติ อินทรคงทันฉุกคิดคลางแคลงใจ เพราะผิดวิสัยของกาหลงที่จะเรียกเขาออกไปพบ แต่ไหนแต่ไร นางนั่นล่ะ ที่เดินเข้ามาก่อน หรือถึงนางจะนัดพบเขาจริง ก็ควรใช้นางแย้มให้มาแจ้งข่าว ไม่ใช่ลำดวน

ทว่า เพราะความวิตก ว้าวุ่น ไม่เป็นสุขกระมัง ทำให้อินทรเชื่อโดยง่าย หลงคิดว่า นางคงจะเรียกเขาไปเกลี้ยกล่อม

“แจ้งนางเถิด อย่าเสียเวลา ข้ามิต้องการพบ”

“แต่แม่หญิงกำชับ ถ้าท่านไม่ไป นางจะไม่ยอมคืนเรือน” ลำดวนกลืนน้ำลายลงคอฝืดๆ “เมื่อคืนไอ้ผลเพิ่งถูกฆ่าตาย ชาวบ้านชาวช่องหวาดกลัวกันใหญ่ จะปล่อยแม่หญิงไว้ลำพังดีหรือเจ้าคะ”

สีหน้าของอินทรยุ่งยากขึ้นมาถนัด

“เอาเถิด ข้าจะพบนาง”

คำตอบของอินทรทำเอาคนฟังใจร่วง และเมื่อคนตัวสูงเดินไปยังห้องเก็บดาบ แผ่นหลังของเขาก็แทบจมหายกับความมืดมิด

อยากบอกเหลือเกิน… หนีไปเถิด ท่านอินทร!

 

 

อากาศเย็นลงมาก สายลมพัดรุนแรงราวกับพายุกำลังจะมา ยอดไม้ยอดหญ้าเอนระ สะบัดใบเสียดสี จนกลบเสียงสัตว์กลางคืนสิ้น

ท้ายหมู่บ้าน นอกจากอินทรกับลำดวนซึ่งเป็นคนถือตะเกียงแล้ว ไม่ปรากฏมีผู้ใด

“เอ็งแน่ใจหรือว่าแถวนี้”

“เจ้าค่ะ”

“มิใช่นางคืนเรือนแล้วกระมัง” เขาพึมพำกับตัว คิ้วขมวดมุ่น ครุ่นคิด

หรือนางจะพบภัยแผ้วพาน

อย่างเมื่อคราวอ้ายโจรร้ายชิงตัว!

หันซ้ายแลขวา สำรวจตรวจดูท่ามกลางความมืด ฉับพลัน ก็ได้ยินเสียงหักเปาะดังขึ้นจากด้านบน พอแหงนมองเท่านั้น ใครคนหนึ่งก็โผนลงจากกิ่งไม้ มันใช้ผ้าขาวม้าพันหน้าตามิดชิด ในมือกำดาบคมกริบ

อินทรรีบผลักลำดวนให้หลบ แต่ตัวเองกลับเสียท่า ถูกคนร้ายกระแทกจนล้มนอน ดาบขาววาววับจ่อลงคอ หนุ่มจากเมืองเหนือใช้ศัสตราของตนยันไว้

ตะเกียงตก และเปลวไฟก็ไหม้ลามตามน้ำมันที่กระฉอกออกมา จนแสงสีส้มสะท้อนในดวงตาของคนร้าย

ดวงตาแบบนั้น…

“นี่เอ็ง!”

แววตาของคนถูกเรียกเบิ่งกว้าง ชั่ววินาทีเดียวที่สติหลุด อินทรก็ปัดดาบในมืออีกฝ่ายกระเด็นไกล แล้วถีบ มันนอนหงายเค้เก้ คนตัวสูงซึ่งเพิ่งจะได้เปรียบรีบลุก จ่อปลายดาบ สะกิดเอาผ้าพันหน้านั้นออก

ไม่ผิดจากคิด… ไอ้ชด

“ทำไมถึงทำอย่างนี้!” อินทรถาม เสียงแข็ง “เอ็งกับข้าไม่มีความแค้นอันใดต่อกัน ไฉนจึงหมายมาดประหัตประหาร”

คนนอนใต้คมดาบหอบหายใจถี่ หน้าเหยเก น้ำตาไหลอาบ

ได้แต่นึกในใจ ให้กูตายเสีย ฆ่ากูเถอะ อย่าให้กูต้องทำร้ายชายคนนี้เลย

แต่ไม่ทันที่คำตอบใดๆ จะเปล่งออกจากปาก เสียงดังพลั่กก็กังวานท่ามกลางสายลมเหน็บหนาว อินทรทรุดร่วงลงกับพื้น ในขณะที่ลำดวนยืนตัวสั่นงันงก รีบโยนไม้ทิ้งห่างจากตัว ร้องครางราวกับใกล้จะเสียสติ

“กูทำแล้ว… กูทำลงไปแล้ว…”

 

 

 

อินทรมึนหัวจนคิดอะไรแทบไม่ออก จำอะไรแทบไม่ได้ เจ็บตรงก้านคอราวกับมันจะหัก ถ้าเพียงแต่ แสงทิวาไม่กระจ่างขึ้นแยงตา เขาคงยังจมอยู่ในความสลบไสลไร้สติ

จู่ๆ ทั้งที่ยังหลับตา เสียงกรีดร้องก็ก้องเต็มหู พร้อมกับเสียงเอะอะโวยวายของคนกำลังตกอกตกใจ อินทรรีบเปิดเปลือกตา เขาไม่ได้อยู่บ้านของตัวเอง หรืออยู่ท้ายหมู่บ้าน แต่อยู่ในคอกสัตว์

และที่นอนล้มข้างหน้าเขา คือควายตัวโต นอนตาย ท้องถูกแหวกจนไส้ทะลัก

เลือดเปรอะเปื้อนเต็มตัวเขา

เต็มมือ… เต็มหน้า…

อินทรผลุนผลันลุก แต่ความมึนงงทำให้เขาต้องทรุดฮวบ พร้อมกันนั้นเสียงฝีเท้าม้าและฝีเท้าคนก็วิ่งใกล้เข้ามาเรื่อยๆ หยุดลงตรงหน้าคอกสัตว์ เสียงโลหะกระทบเคร้งครั้ง ผู้คนฮือฮา แล้วใครคนหนึ่งซึ่งเป็นแกนนำก็ร้องลั่น

“จับมันเลย! ไอ้อินทรมันเป็นผี! จับมันเลย!”

 

 

>>>โปรดติดตามตอนต่อไป