www.go2writer.com

เขียนตัวละครยังไงให้คนอ่านรัก


.

www.go2writer.com

.

ตัวละครที่ดีไม่จำเป็นต้องเป็นตัวละครที่ทุกคนรัก

แต่ถ้าคุณอยากให้คนอ่านรักตัวละครของคุณ มันก็พอจะมีวิธีอยู่บ้าง

 

 

ก่อนอื่นต้องขอออกตัวว่า ปกติผมไม่ค่อยเชื่อวิถีแห่งการปั้นตัวละครให้คนอ่านรักสักเท่าไหร่ คิดว่าถ้าทำแบบนั้นตัวละครจะไม่เป็นตัวของตัวเองนัก โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่นักเขียนออนไลน์จะเขียนไป อัพลงบล็อกส่วนตัวไปเป็นตอนๆ แล้วมีการสื่อสารสองทาง ทำให้รู้ฟีดแบ็คได้รวดเร็วยิ่งขึ้นด้วยแล้ว โอกาสที่ตัวละครของเราจะเบี่ยงเบนไปจากตอนเริ่มแรกโดยไม่ได้ตั้งใจจึงมีสูงมาก

 

แต่อย่างไรก็ดี การปั้นตัวละครให้เป็นที่รักของคนอ่านก็ไม่ใช่เรื่องผิดครับ และก็พอจะมีสูตรสำเร็จที่นิยมใช้กัน แม้จะไม่ถึงขนาดที่ทำให้นักอ่านทุกคนตกหลุมรักตัวละครนั้นๆ แต่ก็ส่วนใหญ่ล่ะน่า (แหม ขนาดแม่พลอยในสี่แผ่นดิน หรือ โกโบริในคู่กรรมยังทำให้คนอ่านรักหมดทุกคนไม่ได้เลยครับ – ฮ่า ฮ่า)

 

ว่าแต่… สูตรนั้นคืออะไรกันแน่นะ!

 

www.go2writer.com

 

ความแตกต่างของศาสตร์แห่งการเล่าเรื่อง

 

คำบรรยายว่า “หนุ่มตี๋หน้าเนี้ยบในชุดทหารกำลังส่งรอยยิ้มกรุ้มกริ่มละลายใจ” ช่วยสร้างจินตนาการให้คนอ่านได้ระดับหนึ่ง แต่คงไม่ถึงขั้นจะทำให้ใครกรี๊ดแตกได้

 

ทีนี้ ถ้าเปลี่ยนจากคำบรรยายข้างต้นมาเป็นอย่างนี้ล่ะครับ

 

ทะด่ามมม!!!

 

 

 

 

www.go2writer.com

 

นี่มันกัปตันยูนี่!!

 

ครับ ก็กัปตันยูน่ะแหละ… เอารูปหมอคังด้วยมะ? ฮ่า ฮ่า

 

ไม่ได้จะชวนคุยเรื่องซีรี่ย์นะครับ แต่กำลังจะอธิบายว่า นี่คือความแตกต่างของการเล่าเรื่องด้วยคำพูด กับ การเล่าเรื่องด้วยภาพครับ ลองเทียบกันดูระหว่างบทบรรยายด้านบนกับภาพดูนะครับ ว่าจุดดึงดูดนั้นต่างกันขนาดไหน!

 

ในการเล่าเรื่องด้วยภาพ แม้คนดูจะยังไม่เห็นบุคลิกหรือนิสัยใจคอของตัวละคร ก็ยังมีภาพคนหล่อๆ สวยๆ เท่ๆ มาคอยดึงดูดไว้ แต่การเล่าเรื่องด้วยคำพูดนั้นแตกต่างอย่างมหาศาลครับ เพราะไม่ว่าคุณจะบรรยายให้พระเอกหล่อเทพขนาดไหน นางเอกสวยพริ้งแพรวพราวเพียงไร ก็ไม่สามารถสะกดคนอ่านไว้ได้เลย การเล่าเรื่องด้วยคำจึงเป็นการเล่าที่ข้ามขอบเขตเรื่องรูปลักษณ์ที่มองเห็นได้ด้วยตา เข้าไปถึงภายในความคิด จิตใจ และพฤติกรรม

 

ดังนั้น ตัวละครที่จะทำให้คนอ่านรักได้ จึงต้องเป็นตัวละครที่มีเสน่ห์สูง!

 

ว่าแต่ไอ้เสน่ห์ที่พูดถึงนี่คืออะไรกันหนอ

 

เสน่ห์ในที่นี้คือ ตัวตนที่ชัดเจน ครับ

 

ไม่ว่าจะเป็นคนจริงๆ หรือตัวละครในโลกสมมุติ คนที่มีเสน่ห์คือคนที่ชัดเจนเสมอ (ลองเลือกมาสักคนที่คุณรู้สึกว่าเขามีเสน่ห์สำหรับคุณ แล้วลองสังเกตดู คุณจะเห็นบางอย่างในตัวเขาที่โดดเด่นโดยไม่ต้องมีใครบอก)

 

นักเขียนฝึกหัดมักจะแพ้นักเขียนเก่าตรงเรื่องการสร้างตัวละครนี่แหละครับ แม้ไอเดียจะสดใหม่ แต่มันก็จะมีบางส่วนที่ยังไม่กลมกล่อม ตัวละครยังไม่ชัดเจนสำหรับคนอ่านนัก ทำให้ตัวละครของนักเขียนฝึกหัดขาดเสน่ห์บางอย่างไปอย่างน่าเสียดาย

 

www.go2writer.com

 

แล้วเราจะสร้างเสน่ห์ให้ตัวละคร และทำให้คนอ่านรักได้ยังไงล่ะ?

 

ผมลองรวบรวมหลักการจากบทความสอนการเขียนจากต่างประเทศมาประยุกต์เข้ากับกลเม็ดการเขียนนิยายชั้นครูของไทยหลายๆ ท่าน จนกลั่นออกมาได้ดังนี้

 

 

๑.อย่ายัดเยียดให้คนอ่านต้องรัก

 

แม้คุณจะอยากเขียนตัวละครสักตัวหนึ่งให้คนอ่านชอบ แต่คุณก็ไม่ควรตั้งเป้าแต่แรกว่าคนอ่านจะต้องชอบตัวละครตัวนี้ๆ เพราะการทำแบบนั้นนอกจากจะทำให้คาแรกเตอร์ไม่ชัดเจนแล้ว ยังกลายเป็นการยัดเยียดไปเสียอีก

 

ดีไม่ดีตัวละครของคุณก็จะกลายเป็นตัวละครซ้ำซากที่เดาได้ตั้งแต่ต้นจนจบ!

 

นี่เป็นความลับนะครับ ถ้าคุณอยากให้ตัวละครของคุณเป็นที่รัก อย่ายัดเยียดให้คนอ่าน ต้อง รักพวกเขา สิ่งที่ควรทำคือ สร้างตัวละครตัวหนึ่งโดยให้เขาเป็นตัวของตัวเองมากที่สุด อาจจะมีด้านดี ด้านเลว คละเคล้ากันไปก็จริง แต่ในการนำเสนอ คุณจะต้องนำเสนอด้านดีให้พีคกว่าด้านเลว

 

เช่น ในนิยายเรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์ ตอนอ่านเล่มแรกๆ นี่ ศจ.สเนป เซเวอรัส ออกมาเป็นตัวร้ายชวนหมั่นไส้มากๆ ใช่ไหมครับ พฤติกรรมทั้งหมดที่ทำแทบจะไม่มีอันไหนที่ชวนให้คิดว่าเป็นคนดีเลย แต่พอตอนใกล้ๆ จะจบเรื่อง เจ.เค. โรลลิ่ง ก็จับเอาด้านดีของสเนปมาขยี้จนสุด โดดเด่นเกินหน้าเกินตาพฤติกรรมแย่ๆ ที่ทำมาตอนต้นจนหมด ส่งผลให้คนอ่านที่หมั่นไส้ในตอนแรกหันมารักสเนปได้บ้าง และคนที่รักสเนปในตอนแรกอยู่แล้ว ยิ่งหลงรักตัวละครตัวนี้เข้าไปใหญ่

 

เห็นไหมครับ แค่ปล่อยให้ตัวละครนั้นๆ เป็นตัวของตัวเอง แล้วขยี้ด้านดีของตัวละครนั้นๆ ให้ถึงที่สุด คนอ่านก็จะรู้สึกรัก สงสาร เห็นใจ พวกเขาได้โดยไม่ต้องยัดเยียดเลยสักนิด

 

แต่มันต้องพีคจริงๆ นะ!

 

 

๒.เลือกมุมมองในการเล่าเรื่องให้ถูกต้อง

 

มุมมองในการเล่าเรื่องเป็นสิ่งสำคัญมาก และต้องเลือกให้ถูกว่าจะใช้มุมมองของใคร เพราะมุมมองของผู้เล่ามีอิทธิพลในการโน้มนำคนอ่านเสมอ

 

แค่เปลี่ยนมุมมอง อารมณ์ก็เปลี่ยน!

 

ยังไงเหรอครับ? ลองมาดูนี่กันดีกว่า 

 

ภายใต้แสงจันทร์สีเงิน หญิงสาวร่างสูงระหงยืนทอดอารมณ์บนชานระเบียง เธออยู่ในชุดนอนบางเบาลู่แนบเนื้อจนเห็นทรวดทรงองค์เอวเด่นชัด ยามสายลมพัด ผมยาวสีน้ำตาลก็ไหวสะบัดเบา จนเผยผิวละเอียดตรงซอกคอ ดวงตากลมโตดั่งตากวางเหลือบแลไปยังสวนด้านล่าง พอเห็นเงาตะคุ่มของใครบางคนขยับ ริมฝีปากสีแดงระเรื่อก็ติดยิ้มอ่อนๆ

 

ตัวอย่างนี้ผมใช้มุมมองของนักเขียนเป็นคนเล่าบวกสรรพนามบุรุษที่สามครับ อ่านแล้วก็เป็นการบรรยายธรรมดาๆ จริงไหมครับ ให้ความรู้สึกสวยงาม อ่อนช้อย เนิบนาบ แต่ไม่ตะขิดตะขวงใจอะไร

 

ทีนี้ลองมาดูอีกแบบมั่ง

 

ภายใต้แสงจันทร์สีเงิน ฉันยืนทอดอารมณ์บนระเบียงบ้าน ฉันเป็นคนสูง ผอมบาง แต่กระนั้นก็มีทรวดทรงองค์เอวเด่นชัด ยิ่งพอใส่ชุดนอนบางเบาลู่แนบเนื้อแล้วยิ่งเซ็กซี่ พอสายลมพัดผ่าน เส้นผมยาวสลวยของฉันก็ไสวเบาๆ คลอเคลียลำคอที่มีผิวพรรณละเอียดลออ ฉันทอดตามองเบื้องล่าง พอเห็นเงาตะคุ่มของใครบางคนขยับ ดวงตากลมโตของฉันก็เป็นประกาย ริมฝีปากแดงระเรื่อของฉันยิ้มนิดๆ

 

สุดโต่งไปหน่อย และคงไม่มีใครเขียนอย่างนี้ (หรือมี? ฮ่า ฮ่า) แต่พออ่านแล้วเป็นไงครับ ขนาดผมเขียนเองผมยังคิดเลย คนบ้าอะไร (วะ) ยอตัวเองเก่งขนาดนี้!

 

ประเด็นก็คือ ในฉากเดียวกัน แค่มุมมองเปลี่ยน สิ่งที่สื่อออกมาก็เปลี่ยนครับ หากอยากให้คนอ่านรักตัวละครของคุณ คุณก็ต้องเลือกใช้มุมมองที่เอื้อประโยชน์ต่อตัวละครของคุณมากที่สุด ต้องลองคิดดูว่า มุมมองไหนล่ะ ที่จะทำให้ตัวละครนั้นๆ ดูน่าหลงรักมากที่สุด มุมมองนักเขียน มุมมองตัวละครตัวนั้น หรือมุมมองของตัวละครตัวอื่น

 

www.go2writer.com

 

๓.ตัวละครของคุณต้องมีปัญหาใหญ่เกินตัว

 

สมมุติ ถ้าพระเอกของคนคุณเป็นคนหล่อ รวย จิตใจดี เร้าใจ สเปคสาวสุดๆ เลยมีแต่คนล้อมหน้าล้อมหลัง มีอำนาจสูงสุด พ่อแม่ก็ตามใจ วันหนึ่งมาเจอนางเอก นางเอกก็หลงรักทันที เลยแต่งงานกันอย่างมีความสุข จบ – ฮ่า ฮ่า คนอ่านคงอยากรู้ว่า จะเล่าเพื่ออออ-

 

ทีนี้ลองใส่ปัญหาเข้าไป พระเอกคนเดิมนี่แหละครับ มาเจอนางเอกคนเดิม แต่เผอิ๊ญมาเจอกันผิดเวลา พระเอกเพิ่งรู้ว่าตัวเองเป็นเอดส์!

 

ช็อค!!

 

เรื่องน่าตื่นเต้นขึ้นมาเลยจริงไหมครับ เริ่มอยากรู้แล้วว่าพระเอกนางเอกจะทำยังไงกับความรักครั้งนี้ดี

 

สาเหตุที่ปัญหา (ใหญ่ๆ) ทำให้คนเราตื่นเต้นและสนใจ ก็เพราะมนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่อยากรู้อยากเห็นและชอบเอาใจช่วยคนอื่นครับ

 

สมัยก่อน การเล่าเรื่องไม่ใช่เพื่อบันเทิงอย่างเดียว เราฟังเรื่องต่างๆ เพื่อจะเรียนรู้การเอาตัวรอดจากสถานการณ์คับขันของคนอื่น เช่น ออกป่าไปเจอเสือทำยังไงถึงจะไม่โดนแดร็กซ์ หรือ เผลอกินผลไม้พิษเข้าไปทำยังไงถึงจะไม่ม่อง ปัญหาจึงสร้างความตื่นเต้นให้แก่คนเราได้เสมอ และแม้ปัจจุบันนี้ โลกวิวัฒนาการมากขึ้น คนเราไม่ต้องเข้าป่าล่าสัตว์เพื่อยังชีพ สภาพแวดล้อมอาจเปลี่ยนไป แต่หัวใจก็ยังดวงเดิม (ฮิ้วววว! ฮ่า ฮ่า) เราจึงชอบฟังการเผชิญหน้ากับปัญหาของคนอื่นอยู่นั่นเอง

 

ฉะนั้น หากคุณอยากให้คนอ่านรัก ลุ้น เอาใจช่วยตัวละครของคุณล่ะก็ อย่าลืมนะครับ ต้องให้ตัวละครเหล่านั้นเจอปัญหาที่ใหญ่เกินตัว!

 

 

๔.ตัวละครมีจุดบกพร่องที่น่าสงสาร

 

จุดบกพร่องที่ว่านี้ไม่จำเป็นต้องเป็นจุดบกพร่องจากตัวเองเท่านั้นนะครับ (จุดบกพร่องจากตัวเองก็เช่น เป็นคนเก่งแต่ข้างในอ่อนแอ เป็นคนดีแต่ปากหมา อะไรทำนองนั้น) อาจเป็นจุดบกพร่องทางสังคมก็ได้ เช่น ในนิยายเรื่องทองเนื้อเก้า วันเฉลิมเป็นเด็กดีมาก แต่อยู่ในสังคมที่ไม่ดี มีแม่ที่ไม่ดี เป็นต้น

 

ตัวละครที่ปราศจากข้อบกพร่องใดๆ เลย พวกตัวละครเพอร์เฟ็ค มักเป็นตัวละครที่คนอ่านหมั่นไส้ครับ (ฮ่า ฮ่า) เพราะคนเรารู้ว่าโลกนี้มันไม่มีใครสมบูรณ์แบบ พอเจอตัวละครที่สมบูรณ์แบบไปหมดทุกด้าน เลยทำให้รู้สึกว่า ตัวละครเหล่านี้โกหกหลอกลวง

 

ถ้าคุณจะสร้างตัวละครให้คนอ่านรักล่ะก็ อย่าลืมเรื่องนี้เป็นอันขาดเลยนะครับ

 

www.go2writer.com

 

๕.เลือกใช้ภาษาให้ตรงใจ

 

ระดับของภาษาและเสียงในการเล่าเรื่องมีผลต่ออารมณ์ของเรื่องอย่างมากถึงมากที่สุดครับ เพราะภาษาเป็นสิ่งมีชีวิต ดิ้นได้ เปลี่ยนแปลงตลอด (โดยส่วนตัวแล้วผมชอบภาษาแบบเก่าๆ มันมีเสน่ห์ดี แต่ก็ชอบภาษาแบบใหม่ๆ ด้วย เวลาคุยเล่นกับเพื่อน มันทำให้รู้สึกว่ามีอารมณ์เชิงหยอกล้อ ไม่จริงจัง) วิธีการใช้ภาษาจึงมีผลต่ออารมณ์รับรู้ของคนอ่านอย่างมาก

 

ลองดูบทตอนนี้จากเรื่อง แผลเก่า ของ ไม้ เมืองเดิม นะครับ

 

เรียมเศร้า ยิ่งคิดแล้วยิ่งเศร้า เจ้าขวัญใช่อื่นไกลเลยแม้จะเป็นชาวไร่ชาวนามันก็รักจริง หัวใจรักของมันหลักแหลมแก่กล้า มิเพราะมันรักหรือ พี่เริญกับพ่อจึงอยู่โดยสวัสดี ส่วนนายจ้อยต้นเรื่องถูกฟันอย่างหนำใจ เรียมคิดขนลุกขนพอง เมื่อคืนหลังสามปีโน้น ขวัญมอมหน้าตัดฝาเข้าไปในโรงนา มันมาหาด้วยความรักที่ซื่อสัตย์ ฝ่าอันตราย แล้วเธอเล่า ขณะนั้นรู้สึกเช่นไร รักมัน-หลงมัน โธ่เอ๋ย ขวัญเอ๋ย ฉันผิดเสียแล้วที่หลอกลวงทรมานให้คอยฉันจนป่านนี้…

 

จากตรงนี้จะเห็นได้ว่า ภาษาที่นักประพันธ์ใช้เป็นภาษาพื้นๆ เรียบง่าย ซื่อๆ กึ่งกวี ทำให้ภาพลักษณ์ของหนุ่มบ้านทุ่งอย่างไอ้ขวัญขับเน้นเด่นชัดขึ้นอย่างมาก แต่ถ้าลองเปลี่ยนคำพื้นๆ เหล่านั้นมาเป็น

 

เรียมเศร้า ยิ่งคิดแล้วยิ่งเศร้า ขวัญไม่ใช่คนอื่นคนไกล ถึงเขาจะเป็นแค่ชาวไร่ชาวนาก็จริง แต่หัวใจรักของขวัญก็หลักแหลมแก่กล้า ไม่ใช่เพราะเขาหรอกเหรอ พี่เริญกับพ่อถึงอยู่กันอย่างเป็นสุข ทั้งที่จ้อยผู้ก่อเหตุร่วมกันถูกเขาฟันอย่างหนำใจ

นึกถึง… เมื่อสามปีก่อน คืนนั้น ขวัญมอมหน้าตัดฝาเข้าไปในโรงนา ชายหนุ่มมาหาเธอด้วยความรักซื่อสัตย์ ฝ่าอันตราย แล้วเธอล่ะ ขณะนั้นรู้สึกเช่นไร รักหรือหลงกันแน่

นึกแล้วให้สงสาร เธอไม่น่าหลอกลวงให้เขาทรมานเพื่อรอคอยเธอจนถึงป่านนี้

 

อ่านแล้วเป็นไงครับ? ภาษาด้านล่างเป็นสมัยใหม่มากขึ้น แต่เสน่ห์ความเป็นลูกทุ่งหายไปหมดเลย เมื่อไม่มีคำพื้นๆ อย่างคำว่า “เจ้า” “มัน” หรืออรรถรสเชิงกวีอย่าง “โธ่เอ๋ย ขวัญเอ๋ย” เป็นต้น

 

 

 

วิธีการทั้งห้าที่ได้อธิบายไปนั้น ไม่ได้ใช้แค่ออกแบบตัวละครที่อยากให้คนอ่านรักเท่านั้นนะครับ แต่ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการออกแบบตัวละครในหลายๆ มิติได้ด้วย ซึ่งเป็นทักษะที่นักเขียนจะต้องฝึกฝนให้ชำนิชำนาญ ยิ่งควบคุมได้ดีเท่าไหร่ ตัวละครก็ยิ่งมีตัวตน มีเสน่ห์ ชัดเจนสำหรับคนอ่านมากเท่านั้น

 

และถ้าคุณทำได้ ทำไมคนอ่านจะไม่รักตัวละครของคุณล่ะครับ!

 

 

 

ขอให้มีความสุขกับการเขียนนิยายครับ

-ณนณ-