www.go2writer.com

Day 15 – จัดการกับแก่นเรื่องยังไง


Day 15 – จัดการกับแก่นเรื่องยังไง
.

ก่อนเข้าเนื้อหาหลักนะครับ

ผมขออนุญาตอธิบายความหมายของธีมหรือแก่นเรื่องอย่างคร่าวๆ ก่อน

เผื่อไรท์เตอร์บางคนที่อาจจะยังไม่เคยรู้นะครับ

.

แก่นเรื่องหรือธีมเรื่องเนี่ย ถ้าจะจำกัดนิยามให้ง่าย

และเข้าใจตรงกันให้มากที่สุดก็คือ

“ประเด็นหลักที่คุณอยากจะบอก”

(ง่ายๆ แค่นั้นแหละครับ ไม่ต้องอธิบายอะไรให้ยุ่งยากซับซ้อน ฮ่า ฮ่า)

.

การเขียนนิยายน่ะครับ มันก็เหมือนกับเวลาที่เรา

อยากจะบอกรักใครสักคนหนึ่งแต่ไม่กล้าบอก

เราก็มัวแต่พูดอ้อมค้อมนู่นนั่นไปมา

ทั้งที่ใจจริงน่ะ แค่อยากบอกเขาว่า

.

“ฉันรักเธอ”

.

เอ้อ – แค่นั้นแหละ

การเขียนนิยายก็มีแค่นั้นแหละครับ เราเขียนเล่าเรื่องราวอ้อมโลกไปมา

เพื่อให้มันน่าสนใจ ทั้งที่ประเด็นหลักของเรา

อาจจะสรุปจบได้ในบรรทัดเดียวด้วยซ้ำ

.

ฉะนั้น ผมอยากจะบอกคุณว่า นิยายทุกเรื่องน่ะครับ

มีประเด็นที่ไรท์เตอร์ต้องการจะสื่อสารกับรีดเดอร์ทั้งนั้น

เพียงแต่ ประเด็นที่ทำหน้าที่ขับเคลื่อนนิยายตั้งแต่ต้นจนจบเท่านั้น

จึงจะถือเป็นประเด็นหลัก ที่เราเรียกกันว่า

แก่นเรื่อง หรือ ธีมเรื่อง

.

ยกตัวอย่างเช่น

.

คู่กรรม – ประเด็นหลักก็คือ

คนทุกคนล้วนแล้วแต่รักใครสักคนหนึ่ง

และมีใครอย่างน้อยอีกหนึ่งรักเขา

ไม่ว่าเขาจะเป็นใคร (ทหาร, ศัตรูของชาติ) ก็ตาม,

.

ด้วยแรงอธิษฐาน – ประเด็นหลักคือ

ความแค้นมีแต่จะทำให้ทุกฝ่ายเจ็บปวด

การให้อภัยเป็นสิ่งที่ดีที่สุด,

.

และเรื่องนี้ครับ เด็ดมาก ยอดเยี่ยมสุดๆ แนะนำเลย…

ฝนพรางฟ้า !!

(ฮ่า ฮ่า ก็ผมเขียนมาเองกับมือเนาะ แหม ของเขาก็ดีก็ต้องพูดถึงบ่อยๆ สิ)

ประเด็นหลักคือ

คนเราอยากมีตัวตนในสายตาของใครสักคนหนึ่งเสมอ

.

ทีนี้ พอคุณรู้กันแล้วว่า ธีมหรือแก่นเรื่องคืออะไร

สิ่งต่อมาที่ผมอยากจะแนะนำในวันนี้ก็คือ

แล้วธีมหรือแก่นเรื่องเนี่ย จำเป็นที่จะต้องคิดตั้งแต่ก่อนเขียนเลยรึเปล่า
.
ไรท์เตอร์บางท่าน และตำราบางเล่มนะครับ
ยกเทียบให้ธีมเรื่องเป็นหัวใจของนิยายเลยนะ
(ยิ่งใหญ่ปานนั้นแหละ ฮ่า ฮ่า)
จึงให้คำแนะนำว่า เราควรกำหนดธีมเรื่องก่อนลงมือเขียน
.
แต่สำหรับผมนะครับ จากนิสัยการเขียนส่วนตัวเลยนะ
ผมมองว่ามันไม่ใช่เรื่อง
ที่ไรท์เตอร์ฝึกหัดต้องมานั่งซีเรียสอะไรขนาดนั้นน่ะครับ
.
เพราะอย่างที่บอกครับว่า เวลาที่ใครสักคนหนึ่งเขียนนิยาย
เขามีประเด็นที่อยากจะบอกอยู่แล้ว (ไม่ว่าเจ้าตัวจะรู้หรือไม่ก็ตามเถอะ)
ฉะนั้นย่อมหมายความว่า ต่อให้คุณไม่ตั้งธีมเรื่องไว้ตั้งแต่ก่อนเขียน
เดี๋ยวเขียนๆ ไป คุณก็เจอเองว่า
ธีมนิยายของคุณพูดถึงประเด็นอะไร
หรือถึงคุณไม่เจอระหว่างเขียน ตอนคุณย้อนกลับมาอ่าน
คุณก็จะเจอมันซ่อนอยู่ในนั้นอยู่ดี
.

และวิธีการเขียนนิยายแบบ ไม่ต้องมานั่งเคร่งครัดกับตัวเองว่า

ต้องเขียนตามกฎตามธีมเป๊ะๆ

มันจะทำให้คุณไม่เครียด

แล้วนิยายของคุณจะแพรวพราว มีเสน่ห์มากขึ้นด้วย

.

ผิดกัน ถ้าคุณคิดธีมไว้ตั้งแต่แรก แล้วพยายามเขียนไปตามธีม

เกิดระหว่างที่เขียนไปคุณรู้สึกว่า มันไม่ใช่แล้ว

ธีมนี้มันไม่ถูกต้อง

ก็มีแนวโน้มที่คุณจะเบื่อหน่ายกับนิยายตัวเอง

จนสุดท้ายก็เก็บมันลงในไหดอง ฝังดินไปอีกพันปี

.

หรือต่อให้ฝืนเขียนไปจนจบ

แต่นิยายของคุณก็จะดูเป็นนิยาย

ที่พยายามยัดเยียดให้รีดเดอร์รับรู้ข้อมูล (ที่เขาก็ไม่ได้อยากรู้)

ให้รีดเดอร์คิดเห็นแบบเดียวกับคุณ (ทั้งที่เขาก็ไม่ได้คิดเห็นแบบนั้น)

สุดท้าย รีดเดอร์ก็จะโบกมือบ๊ายบาย

แล้วหายหน้าไป

.

แต่อย่างไรก็ตามครับ

ถึงผมอาจจะดูหัวรุนแรงสักหน่อยกับข้อความด้านบน (คนมันอินอะเนาะ ฮ่า ฮ่า)

หากผมก็ต้องขอยอมรับด้วยใจจริงครับว่า

หลายครั้ง การมีธีมเรื่องก่อนลงมือเขียนเนี่ย ก็นับเป็นเรื่องดีเหมือนกัน

.

เพราะมันจะเป็นการกำหนดเส้นทาง ทำให้คุณรู้ว่า

จะต้องเขียนอะไร สื่อสารอย่างไร

เพื่อให้รีดเดอร์เข้าถึงประเด็นที่คุณสื่อมากที่สุด

ทำให้คุณสามารถลงมือเขียนนิยายได้อย่างเป็นระบบระเบียบด้วย

.

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น หากคุณต้องการที่จะวางธีมเรื่อง

หรือประเด็นหลักของเรื่องเอาไว้

ตั้งแต่ก่อนที่คุณจะลงมือเขียนล่ะก็

ผมขอแนะนำว่า ให้ประเด็นนั้น เป็นประเด็นที่คุณรู้สึกกับมันจริงๆ

.

เป็นประเด็นที่เร้าความในใจของคุณอย่างแรงกล้า

เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่คุณได้เขียนตามสิ่งที่คุณเชื่อมั่น

เขียนในสิ่งที่คุณคิด คุณจะเขียนมันออกมาด้วยความรู้สึกที่แท้จริง

แล้วนิยายของคุณจะมีพลัง มีชีวิตชีวา

.

เพราะฉะนั้น ไม่ว่าคุณจะมีธีมหรือไม่ก่อนลงมือเขียน

ผมจึงมองว่า ไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรนัก

.

แต่… มีแต่นะครับ…

แต่ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่คุณเขียนจบเรื่อง

ผมอยากจะขอให้คุณได้ย้อนกลับมาอ่านเรื่องของคุณ

อีกครั้งหนึ่งเพื่อจับให้ได้ว่า นิยายของคุณ

มีประเด็นหลักเรื่องใด แล้วคุณได้สื่อสาร

มันออกมาชัดเจนแล้วหรือยัง

.

ถ้าชัดเจนแล้วก็ผ่านไปครับ แต่ถ้ายังไม่ชัดเจน

ก็ขอให้คุณขัดเกลาประเด็นนั้นให้มันชัดเจนมากขึ้น

จนแน่ใจว่าคนอ่านจะรับรู้ถึงสิ่งที่คุณต้องการบอกเขา

แล้วนิยายของคุณจะเป็นนิยายที่มีองค์ประกอบ

ของการสื่อสารที่ครบถ้วน สมบูรณ์ และยอดเยี่ยมมากๆ ครับผม
.
.
-ณนณ-