www.go2writer.com

Day 16 – สร้างพื้นที่ปลอดนักอ่าน


Day 16 – สร้างพื้นที่ปลอดนักอ่าน

.

บทความในหัวข้อนี้นะครับ เป็นเพียงข้อคิดเห็นส่วนบุคคล

บางท่านอาจจะรู้สึกไม่สอดคล้องกับจริต

ก็ถือเสียว่า เป็นคำแนะนำจากคนชอบเขียนคนหนึ่งแล้วกันนะครับ

หากมีข้อความใดในเนื้อหาที่อาจก่อให้เกิดความรู้สึกขุ่นเคือง

ต้องขออภัยไว้ล่วงหน้า ณ ที่นี้

.

เรื่องนี้เป็นประสบการณ์ส่วนตัวของผมเองครับ

หลังจากที่นิยายเรื่องแรกได้รับการตีพิมพ์

ผมก็เริ่มผลิตนิยายเรื่องที่สองขึ้น แล้วส่งไปให้สำนักพิมพ์พิจารณา

.

แต่อย่างไรก็ดี ตอนจบของนิยายเรื่องนั้นเป็นตอนจบที่พระนางไม่สมหวังกัน

มันก็ไม่เชิงโศกนาฏกรรมเศร้าสร้อยอะไรนัก

เพียงแต่ว่า ตามตรรกะและเหตุผลของเรื่อง พระนางจะครองคู่กันไม่ได้

ผลก็คือ สำนักพิมพ์ต้องการให้ผมเพิ่มฉากสวีทหวานแหววระหว่างทั้งคู่ลงไปเพิ่มเติม

และแก้ฉากจบใหม่ โดยให้พระนางได้สมหวังกัน

.

มองดูเผินๆ ก็ไม่น่าจะใช่เรื่องยากอะไรใช่ไหมครับ

คิดว่า แค่แก้ไขไปตามที่เขาบอกก็ไม่น่าจะมีผลอะไรนัก

จะได้ขายออกแล้วได้เงินมาใช้ จบๆ กันไป

.

แต่ทันทีที่ผมลงมือทำ เกิดผลลัพธ์ขึ้นมาสองอย่างครับ

.

1 ประเด็นหลักของเรื่องนั้น เจ๊งไม่เป็นท่า และ

.

2 ผมเกลียดนิยายเรื่องนั้นมาก

จนสุดท้ายยอมลบไฟล์ทิ้งทั้งหมดเพื่อไม่ให้มันแสลงใจตัวเอง

(โดยไม่สนด้วยว่า ต้องเขียนไปตั้งกี่เดือนกว่าจะจบ)

.

จากบทเรียนในคราวนั้นทำให้ผมทราบ – หลายๆ ครั้งน่ะครับ

ไรท์เตอร์ฝึกหัดมักจะให้ค่ากับคำแนะนำ

ของรีดเดอร์ นักวิจารณ์ และบรรณาธิการมากเกินไป

จนทำให้ความคิดเห็นของพวกเขา

มามีอิทธิพลเหนือความคิดและจินตนาการของเรา

.

ยิ่งในยุคสมัยนี้ เป็นยุคที่ไรท์เตอร์สามารถรับฟีดแบ็คจากรีดเดอร์ได้ง่ายๆ

ชนิดตอนต่อตอนกันเลยทีเดียว

ไรท์เตอร์จึงมีความคาดหวังและต้องการการยอมรับมากขึ้น

จนยอมสูญเสียจุดยืน และทำให้นิยายของตัวเองเละตุ้มเป๊ะ

ผ่านการแสดงออกแบบสุดกู่สองขั้ว

.

คือ แก้ตามแบบไม่บันยะบันยัง ใครว่าอะไรมาก็เออออไปกับเขาหมด

เพราะคาดหวังให้เขา (อาจจะเป็นรีดเดอร์ นักวิจารณ์ หรือบรรณาธิการ) ยอมรับ

.

หรือไม่ก็ ต่อต้านสุดลิ่มทิ่มประตู หาข้ออ้าง

และไม่ยอมรับฟังอะไรใดๆ ทั้งสิ้น

จนสุดท้ายก็กลายเป็นคนอีโก้จัด ฝีมือไม่พัฒนา แถมนิยายก็ไม่โอเค

.

พฤติกรรมทั้งหมดมีเหตุผลทางจิตวิทยาอธิบายได้ครับ

แต่ผมจะขอสงวนไว้ไม่แจกแจงในที่นี้

เพราะจะยาวเกินโควต้าหน้ากระดาษ และอีกอย่าง

สิ่งที่ผมอยากจะบอกคุณมากกว่า ก็คือ

คุณสามารถใช้วิธีป้องกันปัญหาดังกล่าวได้ง่ายๆ เพียงแค่

“สร้างพื้นที่ปลอด(เสียง)นักอ่าน”

ขึ้นมาก็พอ

.

ไม่ว่าคุณจะเขียนนิยาย หรือรีไรท์นิยายที่คุณรักน่ะครับ

ผมแนะนำให้คุณเข้าไปอยู่ในพื้นที่ปลอดนักอ่านเสียก่อน

เพื่อให้คุณสามารถสร้างสรรค์เรื่องราวตามสัญชาตญาณของคุณเอง

เพราะผมเชื่อว่า ทั้งเอกลักษณ์ ตัวตน ประเด็นที่ต้องการจะสื่อสาร

รวมทั้งพลังในการเล่าเรื่อง

สิ่งเหล่านี้ไม่สามารถกลั่นออกมาจากสมองได้เพียงอย่างเดียว

แต่มันต้องออกมาจากใจด้วย

ผมจึงให้น้ำหนักกับ “ใจ” มากกว่า

.

และเมื่อคุณอยู่ในพื้นที่นี้แล้ว

คุณยังสะดวกในการตั้งสติ และใช้วิจารณญาณได้อย่างดีเยี่ยมมากขึ้น

คุณจึงสามารถคัดเลือกว่า

อะไรคือสิ่งที่เหมาะสมกับนิยายเรื่องนี้ อะไรคือสิ่งที่ไม่เหมาะสม

อะไรคือสิ่งที่ควรแก้ไข อะไรคือสิ่งที่ไม่ควรแก้ไข

เพื่อให้นิยายเรื่องนั้นๆ ของคุณออกมาดีที่สุดเท่าที่จะเป็นได้ด้วย

.

ฉะนั้น อย่าลืมนะครับ

ไม่ว่าคุณจะได้รับคำวิจารณ์หรือคำแนะนำใดๆ มาก็ตาม

ผมขอเสนอให้คุณ เข้าไปเขียนและรีไรท์ในพื้นที่ปลอด(เสียง)นักอ่าน

เพราะในที่แห่งนั้น คุณจะได้พบกับ

ปัญญาของนักเขียนอย่างแท้จริง

.

.

-ณนณ-