www.go2writer.com

Day 18 – จงเขียนให้จบ!


Day 18 – จงเขียนให้จบ!
.
สำหรับบทที่ 18 นี้ ผมจะจ่ายยาแรงแล้วนะครับ
ถ้าคุณต้องการจะเป็นไรท์เตอร์ตัวจริงล่ะก็ นี่เป็นเรื่องสำคัญมากๆ
ฉะนั้น เตรียมหายาหอม ยาดม ยาอม ยาหม่อง ไว้ใกล้มือ
เผื่ออ่านไปอ่านมาหน้ามืดตาลาย ลมออกหูเนาะ – ฮ่า ฮ่า
เพราะผมกำลังจะบอกว่า บนโลกของเราน่ะครับ
ถ้าจะมีนิยายเรื่องไหนสักเรื่องที่ห่วยแตกล่ะก็… มันก็คือ
นิยายที่เขียนไม่จบครับ !

.
ขอย้ำ ขยำขยี้จิตใจให้ทรมานเล่นอีกรอบนึงนะครับว่า
นิยายที่ห่วยแตกที่สุดในโลกก็คือนิยายที่เขียนไม่จบ !

.
พูดกันแบบตรงไปตรงมานะ
นี่ถ้าผมรวบรวมนิยายที่เขียนไม่จบซะทีของไรท์เตอร์ทั่วโลกมากองรวมกันเนี่ย
ความสูงของมันน่าจะทะลุอวกาศไปแล้วล่ะ
(แค่ของผมคนเดียวก็ปาไปเท่ากับตึกสามชั้นแล้ว ฮ่า ฮ่า)

.

แล้วคุณทราบไหมครับว่า การที่เราเขียนนิยายไม่จบเนี่ย
มันจะเป็นการสั่งสมอุปนิสัยเสียๆ ขึ้น
ทำให้ในเรื่องต่อๆ ไป เราจะเขียนจบยากมากขึ้นเรื่อยๆ
เพราะเราเกิดความไม่มั่นใจในตัวเองว่าเราจะทำได้
แถมยังจะดูถูกตัวเองในระดับจิตใต้สำนึกอีกว่า
ฉันมันไม่ได้เรื่อง ฉันมันแย่ ขนาดเรื่องที่แล้วฉันยังเขียนไม่จบเลย เรื่องนี้จะจบได้ยังไง
แล้วคุณลองสังเกตดูเถอะครับว่ามันจะวนเข้าลูปนรก วังวนเดิมๆ
เคยเขียนถึงแค่ไหน เราก็จะเขียนถึงแค่นั้น
เคยหยุดเขียนเพราะสาเหตุอะไร เราก็จะหยุดเขียนเพราะสาเหตุนั้นต่อไป

.
ดังนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุด
รองลงมาจากความสนุกในการเขียนนิยายก็คือ
วินัยในการเขียนให้จบนั่นเอง

.
ถ้าคุณเป็นไรท์เตอร์มือใหม่ ไม่เคยเขียนเรื่องใดมาก่อน
แล้วกำลังจะเปิดซิงเป็นเรื่องแรก
ผมขอแนะนำให้คุณจงเขียนนิยายของคุณให้จบครับ

.
แต่ถ้าคุณเป็นไรท์เตอร์ฝึกหัดมาสักระยะหนึ่งแล้ว
เคยฝังนิยายลงไหดองไปหลายเรื่อง ผมก็ขอแนะนำว่า
ให้คุณเขียนนิยายสักเรื่องหนึ่ง
จะใหม่เช้งวับหรือขุดของเก่าจากไหก็ได้
เอาให้จบเช่นกันครับ

.
เหตุผลก็คือ ผมอยากจะให้คุณปลูกฝังอุปนิสัยใหม่ๆ
ลงในจิตใต้สำนึกของคุณ ให้คุณบังเกิดความเข้าใจว่า
การเขียนนิยายให้จบมันง่ายขนาดไหน
และภาคภูมิใจในตัวเองว่า ฉันทำได้ ฉันสุดยอดมาก ฉันทำได้ ง่ายนิดเดียวเอง !

.
ซึ่งพอผมพูดแบบนี้ไป หลายๆ คนก็อาจจะมีข้อกังวลหรือข้อโต้แย้งว่า
ตันบ้างล่ะ เขียนไม่ออกบ้าง ไม่มีอารมณ์บ้าง
ซึ่งเหตุผลทั้งหมดทั้งปวงเหล่านั้น หากจะให้ผมสรุปอย่างเผด็จการล่ะก็
ผมขอบอกเลยว่า มูลเหตุทั้งสิ้นของมันมาจากความกลัวครับ
คุณกลัวว่าถ้าคุณเขียนแบบปล่อยผ่านออกไปแล้ว
นิยายจะออกมาไม่ดี มันจะดูแย่
คนอ่านจะปฏิเสธมัน

.
โธ่ คุณครับ ให้ผมย้ำอีกสักรอบหนึ่งเถอะ
ว่ามันไม่มีอะไรห่วยไปกว่าการเขียนไม่จบอีกแล้ว

.
ผมจะบอกอย่างนี้นะครับว่า นิยายทุกเรื่องและไรท์เตอร์ทุกคน
เวลาที่คิดเรื่องในหัวตอนได้ไอเดียมาใหม่ๆ น่ะ
มันจะเลิศหรูอลังการกันทั้งนั้นแหละ ยิ่งใหญ่มาก เว่อร์วังมาก
ชนิดที่แบบ – ขออภัยที่จะใช้คำหยาบนะครับ:
ชนิดที่แบบ แม่ง! เรื่องนี้ต้องได้รางวัลโนเบลว่ะ!!
นึกออกไหมครับ ว่านิยายตอนที่มันเป็นไอเดียในหัวเราน่ะ มันยอดเยี่ยมแค่ไหน

.
แต่แล้วทุกคนนั่นแหละครับ
พอเขียนออกมาปุ๊บ ห่วยเหมือนกันหมดครับ (ฮ่า ฮ่า)

.
คำว่าห่วยในที่นี้ก็คือ
มันไม่ได้เป็นเหมือนที่เราจินตนาการไว้ในตอนแรกเป๊ะๆ ไง
มันจะลดทอนลงมามากน้อยต่างกันไป
ตามความสามารถในการถ่ายทอด 

.
ทว่า อย่างไรก็ดี สำหรับไรท์เตอร์ที่ยอมเขียนจนจบ
(แม้ว่าเขาจะรู้สึกพะอืดพะอมเจียนอ้วกแค่ไหนก็ตาม)
เขาจะได้เรียนรู้อะไรๆ มากกว่าไรท์เตอร์ที่เขียนไม่จบครับ
โถ – มันก็แน่นอนสิครับ เพราะอย่างน้อย
เขาก็ยังมีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันให้เอามารีไรท์
หรือเอามาลองตลาดรีดเดอร์ได้
ทำให้ไรท์เตอร์ที่เขียนจบเนี่ย พัฒนาตัวเองไปไวมาก
จนอาจจะสร้างผลงานที่ยิ่งใหญ่ในอนาคตได้จริง!
(ถ้าคุณกลัวคำว่ายิ่งใหญ่ ผมลดขนาดลงมาเหลือคำว่า
ยอดเยี่ยมก็ได้ครับ แต่ผมไม่ให้ต่ำกว่านี้แล้วนะ) 

.
กลับกันกับไรท์เตอร์ที่เขียนไม่จบครับ
เพราะในเมื่อคุณไม่มีวัตถุดิบอะไรเลย แล้วคุณจะเรียนรู้จากอะไรล่ะครับ?
คุณไม่สามารถจะเรียนรู้จากอะไรได้เลยนะ
คุณจะรีไรท์ก็ไม่ได้ ลองตลาดก็ไม่ได้ จะทบทวนสไตล์ก็ไม่ได้
ทบทวนแก่นเรื่องก็ไม่ได้ ดูพัฒนาการของตัวละครก็ไม่ได้
เพราะคุณไม่มีต้นฉบับร่างแรกที่สมบูรณ์แล้วออกมาให้เห็นเป็นชิ้นเป็นอัน

.
ฉะนั้นในบทนี้นะครับ ผมไม่มีเทคนิคอะไรจะบอกคุณเลย
นอกจากจะขอร้อง วิงวอน กราบกราน (ฮ่า ฮ่า)
เขียนให้จบเถอะครับ นะ เขียนให้มันจบๆ เถอะ
ผมอยากให้คุณเขียนนิยายของคุณให้จบจริงๆ
การศึกษาเทคนิคเขียนนิยายทางทฤษฎีว่าสำคัญแล้วนะครับ
แต่ภาคปฏิบัติสำคัญมากกว่ามากครับ
เพราะมันจะทำให้คุณรู้จักตัวเอง และทำให้คุณมองเห็น
วิถีการเป็นไรท์เตอร์ในแบบของคุณโดยเฉพาะ

.
ก็ ถ้าไม่ห่วง ไม่รักกันจริงๆ คิดว่าคงจะเก็บเงียบไว้ดีกว่า
ไม่ใช้ยาแรงเบอร์นี้นะครับ ฮ่า ฮ่า
แต่ผมอยากเห็นทุกคนเป็นไรท์เตอร์ที่ก้าวไปข้างหน้าแบบก้าวกระโดดครับ
อยากให้คุณก้าวไปในเส้นทางความฝันของคุณจนถึงจุดหมายปลายทางอย่างงดงาม
เลยต้องบอกความจริงอันน่าเจ็บปวดนิดนึง
เพราะมันไม่มีทางลัดอื่นใดอีกแล้วนอกจากทางนี้

.
ย้ำอีกทีแล้วกันนะครับ ไม่ว่าคุณเริ่มเขียนนิยายเรื่องใดๆ ลงไปแล้วก็ตาม
ต่อให้ผ่านมานานแค่ไหน เขียนยากยังไง รู้สึกอยากเลิกเท่าไหร่
แต่สิ่งที่คุณต้องทำมีแค่ “จงเขียนมันให้จบ”
แล้วเมื่อนั้นแหละครับ คุณจะภาคภูมิใจ
ในการก้าวเข้าใกล้ฝันของตัวเองอีกก้าวหนึ่ง
เพราะคุณจะได้ชื่อว่าเป็น ไรท์เตอร์ตัวจริง !

.

ขอให้สนุกกับการเขียนนิยายครับผม 
.
.
-ณนณ-