www.go2writer.com

Day 19 – ทำให้สั้นเข้าไว้


Day 19 – ทำให้สั้นเข้าไว้
.
นิยายที่สนุก ชวนให้ติดตาม และทำให้รีดเดอร์เข้าใจได้ง่าย
มักมีเอกลักษณ์อย่างหนึ่งที่เหมือนกัน นั่นก็คือ
ผู้เขียนจะพยายามทำให้สั้นเข้าไว้
.
ความหมายของคำว่าสั้น ณ ที่นี้ ไม่ได้หมายถึงจำนวนหน้านะครับ
แต่หมายถึงความกระชับของรูปประโยค
ตราบใดที่ไรท์เตอร์สามารถควบคุมข้อความของเขา
ไม่ให้ยืดเยื้อ เยิ่นเย้อจนเกินไป
เขาจะเขียนนิยายที่มีความยาว 50 หน้า 100 หน้า หรือ 1,000++ หน้า
ก็ได้ทั้งนั้น

.
แล้วจะเขียนยังไง ข้อความของเราถึงจะสั้นกระชับ ได้ใจความล่ะ…
มาติดตามกันครับ
.
จากประสบการณ์ของผมนะ ผมว่า วิธีที่ดีที่สุดในการเขียนก็คือ
เขียนทุกอย่างที่อยากเขียนออกมาก่อน
(เพื่อให้ตัวเองอยู่ในสภาวะลื่นไหลระหว่างเขียน
โดยไม่มี Inner Critic** คอยขัดขวาง)
เขียนเสร็จเมื่อไหร่ ทิ้งไว้สักระยะหนึ่ง ค่อยกลับมาตัดทอนออก
เพราะการตัดทอนจะง่ายกว่าการต่อเติมเยอะเลยทีเดียว

.
ข้อความที่ควรตัดทอนจะมีลักษณะ 5 ประการดังต่อไปนี้ครับ
.
1 เมื่อข้อความนั้นไม่สื่อสารกับรีดเดอร์ และไม่ช่วยให้เกิดการสร้างมโนภาพ –
พวกคำที่เป็นเชิงนามธรรมในบทบรรยายทั้งหลายน่ะครับ
ตัดได้ตัดเลยครับ อย่าปล่อยให้มันรก

.
2 เมื่อข้อความนั้นทำให้รีดเดอร์งง หรือ หลงจากประเด็นที่ต้องการสื่อสาร –
สำหรับตัวไรท์เตอร์น่ะครับ ไม่มีปัญหาเรื่องงงหรอก
เพราะว่าเรามีภาพทั้งหมดอยู่ในหัวของเราตั้งแต่ก่อนจะเขียนแล้ว
แต่กับรีดเดอร์นั้นต่างกันครับ
เพราะเขาอาจจะเข้าใจสิ่งที่เราสื่อสารไปคนละทิศละทางเลยก็ได้
ด้วยเหตุนี้ ต่อให้คุณคิดว่าบางประโยคนี่เจ๋งมากเลยนะ
คมคายสุดๆ เริ่ดประหนึ่งเทพกวีมาเขียนเอง
แต่ถ้ามันมีแนวโน้มแค่ 0.000001% ที่จะทำให้รีดเดอร์หลงประเด็นล่ะก็
ผมขออัญเชิญให้ลบมันออกเถอะครับ

.
3 เมื่อข้อความนั้นทำให้เกิดความซ้ำซ้อนมากเกินไป –
จำได้รึเปล่าเอ่ย ในบทที่ว่าด้วยเรื่องคำอุปมาอุปไมย
สมองของคนเราไม่จำเรื่องที่น่าเบื่อ
ถ้าหากเราเคยเห็นอะไรบ่อยๆ นอกจากเราจะไม่สนใจแล้ว
เรายังจะรำคาญมันด้วย
ดังนั้น หากเป็นไปได้ พยายามหลีกเลี่ยงการย้ำคิดย้ำทำนะครับ
ถ้าคุณต้องการเน้นจุดสำคัญนั้นๆ ล่ะก็
ผมแนะนำให้เลือกใช้คำที่กระแทกใจ มากกว่าพูดย้ำๆ ด้วยคำดาดๆ ครับผม

.
4 เมื่อข้อความนั้นสามารถหาข้อความที่สั้นกว่ามาแทนได้ –
บางครั้งเราก็จำเป็นต้องเขียนยาวๆ นะครับ
แต่หากมันยาวไปซะทั้งหมดเลย คุณนึกออกไหม
ว่ามันก็เหมือนกับเรากำลังฟังนักร้องที่ร้องเพลงยานคาง ไม่มีจังหวะจะโคน
ฉะนั้น ถ้าหากข้อความ (ยาวๆ) ใดในเรื่องของคุณ
สามารถหาข้อความที่สั้นกว่ามาใส่แทนแล้วไม่ทำให้เสียอรรถรส
เอามาใส่เลยครับ

.
5 เมื่อข้อความนั้นชี้นำ และบีบบังคับรีดเดอร์มากเกินไป –
คุณไม่สามารถบังคับใจใครได้ครับ
ข้อนี้เป็นสิ่งที่ไรท์เตอร์มืออาชีพทุกคนจะรู้ดี
ดังนั้นเราจะไม่บังคับเขาตรงๆ แต่เราจะใช้วิธีโน้มน้าวแทน
ยกตัวอย่างง่ายๆ ก็เหมือนกับเวลาคุณอ่านนิยายสักเรื่องหนึ่ง
แล้วนักเขียนเอาแต่พร่ำบอกในบทบรรยายว่านางเอกนี่เป็นคนดีมากๆ เลยนะ
แล้วก็จับคำพูดยัดเข้าปากตัวละครรอบข้างให้สรรเสริญ ชื่นชม
ว่านางเอกนี่ดีมาก แม่พระยิ่งกว่าแม่ชีเทเรซ่ากลับชาติมาเกิดเสียอีก
แต่การกระทำของนางเอกมันค้านกับสายตาคนอ่านมาก
เราก็คงอ่านไปหงุดหงิดไป จริงไหมครับ
เพราะลึกๆ แล้วเรารู้สึกว่าคนเขียนกำลังบังคับให้เราเชื่อในสิ่งที่เราไม่เชื่อ
และเพื่อไม่ให้คุณกลายเป็นนักเขียนแบบนั้น
ผมขอแนะนำให้สำรวจข้อความของคุณให้ดีครับ
ใช้การชี้นำและบีบบังคับรีดเดอร์ให้น้อยที่สุด
ไม่ใช้เลยได้ยิ่งดีเนาะ

.
นอกจากหัวข้อทั้ง 5 นี้แล้ว ก็ยังจะมีการตัดทอนจิปาถะในเรื่องของคำเชื่อมครับ
พวกคำที่เราเคยชินติดปาก อย่างเช่น
และ แล้ว แต่ กับ ก็ นั่น นั้น นี่ นี้ ที่ เพราะ ฯลฯ
บางทีนะครับ เราจะเผลอใช้มันเยอะ จนรกหูรกตา
ถ้าตัดออกแล้วไม่ทำให้ข้อความผิดความหมาย ตัดออกเลยครับ
และสำหรับคนที่พิมพ์บนเวิร์ด โปรเฟสเซอร์ ทำได้ง่ายนิดเดียว
คุณเพียงแค่กด Ctrl+F แล้วพิมพ์คำที่คุณต้องการจะเช็คลงไป
คุณก็จะรู้แล้วว่า คุณเขียนคำๆ นั้นไปเยอะเท่าไหร่
ทีนี้คุณก็แค่ทยอยไปไล่หั่นมันออกก็พอ

.
ซึ่งโดยปกติ หลังจากการหั่นแล้ว
จำนวนคำทั้งหมดของผมจะเหลือประมาณ 80% จากตอนแรก
แต่คุณอาจจะมากน้อยกว่านี้ก็ไม่มีปัญหาเช่นกันครับผม เอาตามที่สะดวก
เพียงเท่านี้ คุณก็จะได้นิยายที่สมบูรณ์มากๆ แล้วหนึ่งเล่ม

.
หากคุณอ่านและทำตามมาจนถึงจุดนี้แล้วล่ะก็
ผมขอแสดงความยินดีด้วยครับ
เพราะตอนนี้คุณบรรลุความสำเร็จของนักเขียนคนหนึ่งในชั้นต้นแล้ว
ไม่ว่าจะเป็นการเริ่มต้นเขียน เขียนจนจบ และรีไรท์จนออกมาดีเยี่ยม
แต่งานของเรายังไม่หมดครับ ในสองบทสุดท้าย
ผมจะพาคุณไปสู่ขั้นตอนของการเป็นไรท์เตอร์อาชีพตัวจริง

.
คุณพร้อมรึยังครับ… งั้นเราก้าวไปพร้อมๆ กันเลย
.
1… 2… 3…
.
.
-ณนณ-


.
.
—————————

**Inner Critic คือกระบวนการทางความคิดอย่างหนึ่งที่จะคอยวิจารณ์ ระแวดระวัง และคอยบันทึกว่า สิ่งใดเป็นการกระทำที่ “ผิด” ซึ่งอาจนำพาไปสู่อันตราย หรือ ความผิดหวัง – ทำให้รู้สึกกลัวและไม่กล้าลงมือทำ การมี inner critic ที่เข้มข้น จะทำให้ความคิดสร้างสรรค์ไม่ทำงาน เพราะไม่กล้าลงมือ