www.go2writer.com

Day 20 – ตั้งชื่อดีมีชัยไปกว่าครึ่ง


Day 20 – ตั้งชื่อดีมีชัยไปกว่าครึ่ง
.
สารภาพตามตรงเลยแล้วกันนะครับ
ว่าผมก็ค่อนข้างกระดากตัวเองเหมือนกัน ที่ต้องมาเขียนแนะนำในเรื่องนี้
เพราะผมก็ยังไม่ชำนาญด้านการตั้งชื่อเรื่องสักเท่าไหร่
แต่ถ้าไม่มีบทนี้ล่ะก็ หนังสือไกด์ไลน์เล่มนี้คงไม่สมบูรณ์แน่นอน

.
ฉะนั้น เนื้อหาทั้งหมดจึงจะเป็นความรู้ที่ผมรวบรวมมาจาก
ตำรับตำราสอนเขียนหนังสือ และกลั่นจากความรู้
จากที่ผมศึกษาศาสตร์การตั้งชื่อในวิชาการแขนงอื่นมารวมเข้าด้วยกันนะครับ

.
ผมคิดว่าการตั้งชื่อเรื่องให้นิยายเป็นเรื่องง่าย
แต่การทำให้มันสะกดตาคนอ่านนี่สิ ที่ยาก
ถ้าเราตั้งชื่อเรื่องไม่น่าสนใจ นิยายที่เราทุ่มเทเวลาเขียน
เป็นสิบ เป็นร้อย เป็นพันชั่วโมง ก็จบเห่
เพราะจะไม่มีใครอยากเปิดเข้ามาดูเนื้อในต่อ

.
และเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้นขึ้น
ต่อไปนี้จึงเป็นเคล็ดลับ 4 ข้อ
ที่จะช่วยให้คุณตั้งชื่อเรื่องได้น่าสนใจมากขึ้น
มาดูกันเลยครับว่ามีอะไรบ้าง

.
.
1 ชื่อเรื่องต้องติดหู
.
คุณคงพอจะทราบกันใช่ไหมครับว่า
ในโลกธุรกิจเนี่ย บริษัทต่างๆ ต้องทุ่มเทเงินค่าโฆษณาจำนวนมหาศาล
เพื่อให้ชื่อแบรนด์ของเขาติดหูคนในตลาด
เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่ชื่อติดหูคนปุ๊บ
เขาก็มีโอกาสจะขายของได้มากขึ้น ง่ายขึ้น
การตั้งชื่อให้ติดหูจึงเป็นเคล็ดลับสำคัญของธุรกิจทุกประเภท

.
สำหรับนิยายก็เช่นเดียวกันครับ ยิ่งชื่อเรื่องของคุณติดหูคนได้ง่ายเท่าไหร่
ก็จะยิ่งเพิ่มโอกาสให้คนอ่านสนใจนิยายของคุณมากเท่านั้น

.
และ ขอร้องครับ อย่ามองว่ามันเป็นเรื่องการตลาด
เรื่องเงินๆ ทองๆ เรื่องความโลภ
แต่ขอให้มองว่า มันเป็นการเพิ่มโอกาสให้คนอื่นๆ รู้จักนิยายคุณมากขึ้น
คุณไม่เสียดายเหรอครับ อุตส่าห์ทุ่มเทเขียนมันมาตั้งเท่าไหร่
ให้ความใส่ใจตั้งเท่าไหร่ แต่สุดท้ายกลับไม่มีคนอ่าน
ฉะนั้น อย่าลืมครับ เคล็ดลับข้อที่ 1 คือ “จงตั้งชื่อให้ติดหูเข้าไว้”

.
.
2 ชื่อเรื่องจะต้องว้าว
.
ยุคสมัยนี้ข้อมูลข่าวสารเยอะมากครับ ไม่เว้นแม้กระทั่งนิยาย
ที่มีมากมายประหนึ่งหยดน้ำในทะเล
ดังนั้น ต่อให้นิยายของคุณดีแค่ไหน แต่ตั้งชื่อไม่ ว้าว
เรื่องของคุณก็มีสิทธิ์จมดิ่งลงไปนอนกองใต้มหาสมุทรเป็นเพื่อนนางเงือกแน่ๆ
ฉะนั้น คุณจึงจำเป็นต้องตั้งชื่อให้ว้าว
เพื่อให้มันสะกดสายตาคนได้ !

.
.
3 ชื่อเรื่องจะต้องสื่อสารตรงกลุ่มเป้าหมาย
.
ชื่อเรื่องถูกใช้เป็นตัวแบ่งเกรดนิยายมาตั้งแต่สมัยก่อนแล้วครับ
เพื่อให้รีดเดอร์ที่เขาชอบในแนวนั้นๆ ค้นหามันได้ง่ายขึ้น

.
ด้วยเหตุนี้ หากคุณจะตั้งชื่อนิยาย อย่าลืมคำนึงถึงกลุ่มเป้าหมายด้วยนะครับ
ว่าเขาเป็นเพศอะไร วัยไหน มีความสนใจแบบใด
เพราะถ้าคุณเขียนแนวไซไฟ มีเรื่องรักสามเส้านิดหน่อยพอเป็นพิธี
กลุ่มเป้าหมายคือผู้ชายวัย 20 – 30 ปี ที่สนใจวิทยาศาสตร์
แต่คุณกลับตั้งชื่อเรื่องว่า
“เผลอหัวใจให้นายเย็นชา” หรือ “เริงรักทระนง”
คุณคิดว่าเขาจะอ่านไหมล่ะครับ

.
.
4 ชื่อเรื่องต้องบอกความสำคัญในนิยายได้
.
ต่อให้คุณตั้งชื่อได้ติดหู – ว้าว – และตรงกลุ่มเป้าหมายได้ยอดเยี่ยมแค่ไหน
แต่ถ้ามันไม่บ่งบอกอะไรใดๆ เกี่ยวกับเนื้อหาในนิยายของคุณเลย
ผมถือว่าสอบตกครับ

.
คุณต้องไม่ลืมนะว่า การเล่าเรื่องเป็นการสื่อสารระหว่างคนกับคน
สำคัญสุดคือต้องพูดจากันให้รู้เรื่อง
ชื่อ จึงเปรียบได้กับหัวข้อที่ตั้งไว้เพื่อให้รีดเดอร์ของคุณ

ได้รู้ว่าตอนนี้เขาจะได้อ่านเรื่องเกี่ยวกับอะไรกันแน่ !
.
การตั้งชื่อเรื่องด้วยวิธีแบบนี้ ไม่มีข้อจำกัดว่าคุณต้องทำยังไง
บางท่านอาจเอาชื่อตัวละครมาตั้ง เช่น ปริศนา, จัน ดารา, นิกกับพิม
เอาสิ่งสำคัญมาตั้ง เช่น เรือนมยุรา, แสงดาวฝั่งทะเล, สี่แผ่นดิน
เอาแก่นเรื่องมาตั้ง เช่น อตีตา, ทองเนื้อเก้า, หงส์เหนือมังกร เป็นต้น
ณ จุดนี้คุณเลือกเอาได้ตามใจชอบเลยครับ
แต่ขออย่างเดียวคือ ชื่อที่ตั้ง บอกสิ่งสำคัญในนิยายของคุณได้ก็พอ

.
.
และนี่คือเคล็ดลับในการตั้งชื่อนิยายทั้ง 4 ข้อ
ลองเอาไปพิจารณาแล้วทำกันดูนะครับ
ผมเชื่อแน่ว่า หากคุณทำตามองค์ความรู้ต่างๆ ที่ผมแนะนำไว้แล้ว
คุณจะสามารถคิดชื่อนิยายที่ยอดเยี่ยมออกมาได้อย่างแน่นอน

.
แล้วพบกันในบทสุดท้ายของโปรเจ็คนี้ครับผม
.
.
-ณนณ-