www.go2writer.com

Midnight Latte III – May I help you?


 

Midnight Latte

มหัศจรรย์รักกาแฟเที่ยงคืน

 

 

III May I help you?

 

 

คนเราผูกโยงกันไว้ด้วยอะไรนะ อาจเป็นสายใยแห่งโชคชะตาที่ไม่อาจมองเห็นล่ะมั้ง เส้นใยที่ยามจะเกี่ยวก็แน่นเหนียวเหนี่ยวรั้ง แต่ยามจะพลาดพลั้งพลัดพราย เยื่อใยนั้นกลับเปื่อยลุ่ยหลุดง่ายราวกับไม่เคยผูกพันธนา

เพียงแค่ ถอนหายใจเบา ๆ คนเรา ก็อาจแยกทาง…

ไม่มีใครตามหาปลาทองพบ ไม่รู้ว่าเด็กสาวเตลิดเปิดเปิงไปถึงไหน ไม่รู้ว่าผู้ชายใจร้ายคนเดิมตามจับกลับไปได้รึเปล่า

ยิ่งคิด มีนายิ่งใจรอน ๆ ราวกับว่า ความรู้สึกของเธอถูกจับบิดจนเป็นเกลียวแน่นเขม็งเจียนขาด ระหว่างที่นั่งในรถซึ่งขับตามหาเด็กสาว เธอจึงเอาแต่กระสับกระส่าย สายตาที่เคยนิ่งเนิบเชื่องช้าอย่างเย็นใจ ก็หวาดไหวร้อนรน

“กลับเถอะเจ๊” เจ้าเท็นซึ่งกำลังขับรถอยู่โอด “วนหาสี่ห้ารอบ ถ้าเจอคงเจอนานแล้วล่ะ”

คำพูดของเจ้าตัวแสบไม่ผิดนัก มีนาเองก็คิดอย่างนั้น แต่หัวใจนี่สิ ลึก ๆ ข้างในยังมีแรงกระเพื่อมไหวบางเบา

ถ้าหาก… พอคล้อยหลังลับไป ใครคนนั้นจะโผล่มา

ถ้าหาก… คลายสายตา เด็กนั่นย้อนหาแล้วไม่เจอเธอ

ถ้าหาก… อีกแค่ก้าวเดียวล่ะ ถ้าอีกเพียงแค่ก้าวเดียวเท่านั้น มือที่เอื้อมออกไป จะแตะต้องสัมผัสเงาฝันอันลางเลือนได้

ความรู้สึกของความหวัง… อัดแน่นด้วยความหวั่นกลัวจนไม่กล้าคิดต่อ

มีนาฝืนกลืนก้อนอากาศที่แล่นมาจุกคอหอย ยอมรับแต่โดยดี

รถส่งขนมตีวกกลับไปยัง Pisces Café ทอดทิ้งถนนสายนั้นให้เลื่อนไหลไกลลิบ เมื่อมองผ่านกระจกมองหลัง เมืองทั้งเมืองดูเล็กลง… เล็กลง…

 

 

ตลอดทั้งวัน มีนาเพียรบอกตัวเองให้จดจ่อกับงานตรงหน้า จะได้ไม่ต้องมีความคิดร้าย ๆ ผุดโผล่เข้ามาในหัว แต่ก็เป็นเจ้าเท็นอีกนั่นแหละ ที่วิ่งแจ้นมารายงานข่าวชวนให้สมาธิแตกซ่านในยามเย็น

“เขาบอกว่า” เจ้าแสบหมายเลขหนึ่งเริ่มต้นอย่างนี้

“เขานั่นใครพี่” ตี๋แว่น แสบหมายเลขสามขัดขึ้นก่อนที่ผู้สื่อข่าวจะรายงานต่อ

“คนแถวนั้นแหละ”

“คนไหน”

“ซักมาก จะฟังไหม”

“ถึงไม่อยากฟัง ก็เล่าอยู่ดีใช่ปะล่ะ”

 “ถูก ! เพราะงั้นเงียบ ๆ ฟังเฉย ๆ” หนุ่มผิวแทนชี้นิ้ว แล้วหันไปเปิดโปงกับมีนาต่อ “ปลาทองน่ะเจ๊ เป็นเด็กของไอ้เซน”

“ไอ้เซนคือใคร” ท็อปแทรก

“ถามจังโว้ย !”

เท็นร้องอย่างขัดใจ แต่ไม่ยอมปล่อยให้เสียงนกเสียงกามาขัดจังหวะพล่าม

“มันเป็นนักเลงหัวไม้ ทำงานผิดกฎหมายหลายอย่าง เกะกะระรานเขาไปทั่วจนคนแถวนั้นไม่อยากจะยุ่งด้วย แล้วเรื่องปลาทองเนี่ย ผมสืบมาแล้วนะ เขาบอกว่ายังงี้ประจำ ถึงจะเป็นเมียไอ้เซนก็จริง แต่เด็กมันไม่เต็มใจไง หรือต่อให้เต็มใจก็ทนไม่ไหวหรอก มีผัวเห็นตัวเองเป็นกระสอบทราย ซ้อมได้ซ้อมดี มีวินัยเช้าเย็นขนาดนั้น ก็เลยหนีบ่อย ๆ แต่สุดท้ายไปไหนไม่รอด ไม่มีใครเขาเอา ไม่มีใครเขาช่วย กลัวหัวหดหมด เด็กมันก็เลยจนตรอก ต้องกลับรัง ทีนี้ก็โดนไอ้เลวนั่นตบผลัวะ ตบผลัวะ เห็นว่าเคยโดนเตะจนซี่โครงร้าวมาแล้วนะเจ๊”

มีนาหน้าเหยเก รู้สึกเสียวแปลบชายโครง ทั้งที่ไม่ใช่เรื่องของตัวเอง

ยิ่งนึกถึงร่องรอยจ้ำเขียวจ้ำดำบนเนื้อตัวเจ้าหล่อน เธอยิ่งโหวงหวิวในหัวใจ ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า ลูกผู้หญิงคนหนึ่ง จะเจอเรื่องราวที่เลวร้ายได้ถึงเพียงนี้

ความรัก ความใส่ใจ มันเป็นเรื่องง่าย ๆ ที่คนเราจะมอบให้กันได้ไม่ใช่หรือ แล้วเพราะอะไรล่ะ คนบางคนถึงต้องกระเสือกกระสนเจียนตายไขว่คว้า เพียงเพื่อแลกกับหยาดน้ำตาและความว่างเปล่า

ไม่เคยได้รับ… ความรักจากใครเลยจริง ๆ

พอเห็นลูกพี่สลด เจ้าแสบก็รีบเอ่ยแก้

“แต่ผมว่าเจ๊ไม่ต้องห่วงมากนักหรอก ถ้าลงอีหรอบนี้ เดี๋ยวปลาทองก็กลับ”

“งั้นยิ่งน่าห่วง” ท็อปเอ่ย พูดเหมือนอ่านความในใจทั้งหมดของมีนาออก “เล่นสาธยายซะเห็นภาพ กลับไปเจอทั้งมือทั้งตีน ใครจะไม่ห่วง แบบนี้ไม่กลับดีกว่าไหม”

เจ้าเท็นหน้าเผือด พูดมากจนลืมนึกไปว่าถ้อยคำอาจกระเทือนหัวใจของลูกพี่ ตี๋แว่นเลยรีบซ้ำ

“อ้าว ๆ เป็นไงล่ะ ฮึ ! รู้สึกผิดเลยล่ะสิทีนี้ นี่แหละ พูดมาก พูดไม่คิด ก่อนพูดทำไมไม่รู้จักนึกถึงใจคนฟัง อ้าว ! เงียบ ! เงียบ ! เงียบทำไม ฮึ ! ทำไมไม่พูดอีก ทีเมื่อกี้พูดจ้อย ๆ เลย ว่าไง !”

“ก็…”

“ก็อะไร ฮึ ! ก็อะไร… สำนึกผิดรึเปล่า”

“รู้แล้วน่า ก็สำนึกนี่ไง” เท็นจ๋อย

“สำนึกผิดแล้วก็ดี คราวหลังจะได้ระวังคำพูดคำจามากขึ้น”

“เออ ๆ”

“สำนึกแล้วก็ขอโทษซะสิ” แสบหมายเลขสามสั่งเสียงเข้ม คนจ๋อยก็ยอมทำตามว่าง่าย

“เจ๊ ผมขอโทษนะ อย่าคิดมากเลย มันอาจจะไม่เป็นอย่างนั้นก็ได้”

“ดีมาก เสร็จแล้วขอโทษผมด้วย ไหว้ดี ๆ ไหว้สวย ๆ”

“ขอโ…” เจ้าเท็นชะงักไหว้ แล้วขู่ลั่น “ไอ้ท็อป !”

“โธ่ นึกว่าจะหลงกล”

แสบหนึ่งฉีกยิ้มกว้าง เข้าไปล็อกคอน้องเล็กสุดที่ตัวสูงกว่า แล้วเขกหัวโป๊ก จนเจ้าตัวร้องอู๊ยลั่น ก่อนจะรีบสลัดตัวหนี เปิดแน่บเข้าครัวอย่างรวดเร็ว

“หนีไปไหน ไอ้ท็อป !” เท็นคำรามกร้าว ไม่ยอมปล่อย

มีนามองตามหลังลูกน้องทั้งสอง ไม่ได้นึกติดใจ คาใจอะไรสักอย่าง เธอไม่โกรธเลยที่เท็นนำข่าวร้ายมาสู่ ออกจะดีด้วยซ้ำที่ทำให้เธอได้รู้จักอีกแง่มุมหนึ่งของเด็กสาว เหมือนเป็นการพลิกด้านของลูกบาศก์ข้างที่เธอไม่เคยเห็นขึ้นมาให้มอง มันทำให้เธอเข้าใจอะไร ๆ ได้ง่ายขึ้น ดีขึ้น

และสามารถตัดสินใจบางเรื่องได้ถนัดถนี่ยิ่งกว่าเดิม !

 

 

เท็น ลูกแก้ว และท็อป กลับไปตั้งแต่สี่ทุ่มครึ่งแล้ว แต่ถึงอย่างนั้น มีนาก็ยังไม่ปิดคาเฟ่ ดวงไฟยังคงไสวสว่าง ท่ามกลางพร่างละอองฝนที่โปรยฝอย เห็นเป็นเส้นสีขาวมัว ๆ สะท้อนแสงสีส้มสลัวของร้านซึ่งสาดออกไป

เสียงเปียโนของตุลยังคงบรรเลงผ่านลำโพงคอมพิวเตอร์ แผ่วพลิ้วในมวลบรรยากาศที่ว่างเปล่า และทั้งที่มีแค่โน้ตดนตรี ไม่มีเสียงร้อง แต่คีตาหวานล้ำก็ชักนำให้เธอล่องลอย เมามายในห้วงอารมณ์และกลิ่นกาแฟโดยไม่ต้องมีแอลกอฮอล์แตะต้อง เสมือนหนึ่ง ทุกจังหวะ ทุกคีย์เสียง ล้วนล่วงล้วงล้ำลึกถึงก้นบึ้งจิตใจ

นักวิจารณ์ก่นด่าว่า อัลบั้ม Libra เป็นอัลบั้มที่แย่ที่สุดของนักเปียโนระดับท็อป 10 ของเอเชียคนนี้ ด้วยเหตุผลและตรรกะทางดนตรีหลายอย่างที่เธอไม่ค่อยเข้าใจนัก หากพอได้ฟังครั้งแรก เธอกลับตกหลุมรักจนโงหัวไม่ขึ้น

และเมื่อเผอิญได้อ่านชีวประวัติของเขา เธอยิ่งเข้าใจ เห็นใจ และมั่นใจ ว่าทำไมดนตรีของเขาถึงซ่านซึมได้เหมือนสายน้ำ

เพราะเมื่อคนเราพยายามซ่อนเร้น มันยิ่งกลายเป็นการเปิดเผย…

เมล็ดพันธุ์แห่งอารมณ์ ยิ่งฝังไว้ลึกเพียงใด ยิ่งหยั่งรากลงมั่นมากเพียงนั้น

แทงยอด แตกหน่อ ออกใบ สูงใหญ่เป็นร่มไม้ที่เติบโตงอกงาม

เธอจึงเห็น หัวใจ ของเขา แม้ว่าจะไม่มีโอกาสได้รู้จักหรือพบกันสักครั้งเดียว

แล้วตอนนั้นเอง ห้วงอากาศที่บางเบา ก็กลั่นกลายเป็นความเหงาที่มีตัวตนอยู่เบื้องหน้า

สองสายตาผสานกันลึกซึ้ง

               

มีนาประจันหน้ากับปลาทองที่ประตูคาเฟ่ เด็กสาวขยับตัวขยุกขยิก สายตาหลุกหลิกหลบเร้น สภาพของเธอไม่น่าจะยืนไหวแท้ ๆ แต่เจ้าตัวยังฝืนไม่ให้ล้มพับ

“ที่นี่… เปิดตอนเที่ยงคืนใช่ไหม” ปลาทองถาม ภายใต้เสียงแข็งกร้าว มีรอยร้าวเจียนสลาย

มีนารู้ดี ปลาทองทราบคำตอบในใจ คาเฟ่แห่งนี้ไม่เคยเปิดถึงเที่ยงคืน

หากที่รอท่า คืออ้อมแขนที่พร้อมจะอ้าเอื้อเพื่อโอบรับและกอดไว้

นั่นเป็น… สิ่งที่ปลาทองถามถึง

และนั่น… เป็นคำตอบที่มีนาพร้อมจะมีให้เสมอ

“ค่ะ ที่นี่เปิดตอนเที่ยงคืน”

“แต่… ไม่มีเงิน… เลยนะ… ไม่มีสักบาท” ไม่มี แม้กระทั่งที่จะไป

มีนายิ้ม เป็นรอยยิ้มที่กว้างจนปวดแก้ม ขณะเดียวกัน ขอบตาก็มีความอุ่นแผ่ซ่าน ตื้อเต็มอก

“ค่ะ ฉันยังจัดโปรโมชั่นอยู่”

“เข้าไป…” คนตัวเล็กกลืนก้อนสะอื้นลงคอยากเย็น ขณะที่น้ำใส ๆ ร่วงเผาะจากดวงตาที่ปวดช้ำ “ควรเข้าไป… รึเปล่า”

มีนาไม่อาจจะเปล่งเสียงใด ๆ ออกมาได้อีกแล้ว อารมณ์เข้มข้นอันอ่อนไหวกลายเป็นแรงผลักให้เธอก้าวไปข้างหน้า หญิงสาวประชิดกับคนตัวเล็ก แล้วดึงรวบเข้ามากอดแนบ

แน่น… แน่น… นาน…

คล้ายจะจมหายเข้าไปในกาลเวลาที่ไหลผ่านอ้อยสร้อย

กอดเอาไว้ อย่างกับกลัวว่า ถ้าคลายแขนเพียงนิด คนในอ้อมอกจะละลายหายไปพร้อมละอองฝนโปรยปรอย

หัวใจ จึงเคลื่อนคล้อยสู่หัวใจ

น้ำตา จึงหลากไหลกับน้ำตา

ปลาทองผ่อนลมหายใจเบา… ยาว… น้ำหนักตึงเครียดที่เป็นแอกแบกทับบ่าไหล่เนิ่นนาน ละม้ายถูกปลดเปลื้องด้วยมนต์วิเศษ จนกลายเป็นความโล่ง โปร่ง เหมือนแสงสว่างสีส้มอันอบอุ่นภายในคาเฟ่

เหมือนกลิ่นลาเต้ละมุนละไม

เหมือนฟองนมนุ่มนวล

เด็กสาวพิงศีรษะซบบ่าของมีนาเหมือนเด็กตัวน้อยที่รับรู้ถึงความปลอดภัย แล้วผล็อยหลับทั้งยืน

เสียงเปียโนคลอเคล้าเล้าโลม… อ่อนโยน… กลิ่นกาแฟอบอวล… อาทร…

ในยามเที่ยงคืนที่แสนอัศจรรย์

ปลาสองตัว แหวกว่ายสายธารจนพบเจอ

 

 

ปลาทองยิ้มแย้มแจ่มใสที่โต๊ะตัวประจำของเธอ โต๊ะตัวที่เคยเลือกนั่งในวันแรกที่เข้ามาใน Pisces Café เมื่อสองปีที่แล้ว

เด็กสาวเปลี่ยนไปมากนับตั้งแต่วันสุดท้ายที่ได้พบจนถึงวันนี้ หน้าตาอิ่มเอิบเต็มสุข ผิวพรรณละเอียดลออตามประสาคนรู้จักทะนุถนอมตัว มือเรียวยาวไว้เล็บสวย เสื้อผ้าเครื่องใช้ล้วนเป็นของดีทั้งสิ้น ผมยาวเคลียบ่าได้รับการตัดซอยและบำรุงเงางาม

หาก… สิ่งเดียวที่ไม่เปลี่ยน คือดวงตาโศกลึกอันเป็นเอกลักษณ์

 

พอลูกค้าซา สามแสบก็แห่เข้าไปชวนคุยกันอย่างออกรส สีหน้าท่าทางของแต่ละคนมีแต่ความปีติยินดี ไม่ต่างอะไรกับการได้พบญาติพี่น้องที่สนิทชิดเชื้อซึ่งห่างหายไปไกล ๆ และนาน ๆ จึงได้กลับมาพบกันสักครั้งในวาระพิเศษ

เว้นแต่มีนานี่ล่ะ ที่ยืนดูห่าง ๆ อมยิ้มน้อย ๆ ให้กับภาพตรงหน้าด้วยความเก้อกระดากอย่างบอกไม่ถูก

เหมือนความฝัน… จนไม่อยากเชื่อว่ามันเป็นความจริง

“ทำไมสวยขึ้นอย่างนี้เนี่ยปลา” ลูกแก้วร้องถาม ถือวิสาสะจับมือถือแขนอีกฝ่าย “แล้วจะมาก็ไม่บอกกันก่อน”

“เออ จริง ทีหลังบอกกันก่อนซิ จะได้เตรียมตัวต้อนรับทัน” เท็นว่า

“ต้อนรับอะไรไอ้เท็น เมื่อก่อนแกกีดกันเขาจะตาย” ลูกแก้วค่อนขอด “พอเห็นเขาสวยเข้าหน่อยทำเป็นพูดดี ที่จริงตอนนี้คงคิดในใจล่ะซี้ ว่าไม่น่าเล้ย เมื่อก่อนน่าจะจีบเอาไว้เอง งี้แน่ ๆ”

“น้อย ๆ หน่อย ไอ้ที่ตาเยิ้มน่ะ ไอ้ท็อปนู่น”

“อะไรกันพี่ ผมเป็นคนตาหวานตั้งแต่เกิด ปิ๊ง ๆ” แสบเล็กที่ตัวใหญ่มากยิ้มจนตาหยี่

“อ๊าย ! น้องท็อป อย่าทำหน้าแบบนั้นกับคนอื่นสิ พี่หวง !”

“หวงไปก็ไม่ได้กิน หวงทำม้าย” เท็นถือโอกาสแขวะกลับ แต่ลูกแก้วเอานิ้วอุดหูสองข้าง บ่นงึมงำดัง ๆ

“ไม่ ๆ ๆ ๆ  ไอ้เท็นมันโกหก มันพูดไม่จริง ฉันสวย ฉันเก่ง ฉันเซ็กซี่ น้องท็อปรักฉันเสมอ !”

ท็อปกระถดหนีไปหลบหลังพี่ใหญ่สุด แล้วกระซิบถามให้ได้ยินทั่วหน้า

“พี่ลูกแก้วเขาร่ายคาถาใส่ผมรึเปล่าเนี่ย”

“เออ เสร็จแน่เอ็ง !”

ปลาทองหัวเราะร่วน พอแก๊งสามแสบเห็นแขกกิตติมาศักดิ์อารมณ์ดีแล้ว จึงหัวเราะตาม

“ไม่เปลี่ยนเลย ไม่เจอตั้งนาน ยังทะเล้นกันเหมือนเดิม” เด็กสาว ซึ่งวันนี้หลุดพ้นจากดักแด้หุ้มห่อ กลายเป็นหญิงสาวเต็มตัวแล้ว ชวนคุย

“ใคร” ลูกแก้วถามเสียงหลง

“ทั้งสามแหละ” ปลาทองหัวเราะร่า “จับไปเล่นตลกท่าจะดี”

“อ้าว ๆ ! อย่าท้านะค้าบ เจ๊เคยคิดจะให้พวกเราเป็นตลกคาเฟ่ด้วย เห็นไหม กลอง ฉาบ มีพร้อม ถาดตีหัวเอาในครัว” เท็นพูดปร๋อ แล้วทำท่าเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ จึงหันไปกวักมือหย็อย ๆ เรียกลูกพี่ที่ยืนหลังเคาน์เตอร์ “เจ๊ไปทำอะไรตรงนั้น มาคุยด้วยกันก่อนสิ”

มีนาสบตาเป็นประกายของปลาทองแล้ว สูดลมหายใจลึกดั่งจะรวบรวมความกล้า ตามไปสมทบ

พวกสามแสบแหวกทางให้เธอนั่งที่ฝั่งตรงกันข้าม เพื่อจะได้มองเห็นหน้ากันชัดแจ้ง

และเห็น ใจ กันชัดเจน

“สบายดีไหมมีน”

ปลาทองเอ่ยถาม เป็นคำถามที่ทำให้มีนาประหลาดใจ

ไม่ใช่เรื่องที่อีกฝ่ายเรียกเธอแบบสนิทสนมทั้งที่อายุห่างกันเยอะ เรื่องนั้นปลาทองไม่เคยเปลี่ยน แต่ที่แปลกคือ การที่จู่ ๆ กลับเป็นฝ่ายชวนคุยก่อนต่างหาก

ดูเหมือน… ปลาทองตัวเดิมจะเติบใหญ่ขึ้นจริง ๆ

“อื้อ” มีนาพยักหน้าตอบ “ดีเรื่อย ๆ แหละ แต่ที่แย่หน่อยก็สามคนนี่ บ่นถึงเราประจำ”

“ช่วยไม่ได้นี่ครับกัปตัน คนเขาคิดถึงก็ต้องบ่นหา”

“เห็นไหม เป็นเอามากพวกนี้” มีนาหัวเราะ แล้วพยักเพยิด “ว่าแต่สะดวกรึเปล่า ถ้าพรุ่งนี้พอมีเวลา จะได้ปิดร้าน พาไปเลี้ยงฉลอง”

ลูกแก้วกรี๊ดลั่น ส่วนอีกสองแสบก็โห่ฮิ้วยินดี พอเป็นเรื่องของกิน เรื่องฉลองขอให้บอก ไม่เคยพลาดกันล่ะ

แต่รอยยิ้มคนถูกถามเจื่อนลงนิดหน่อย

“คงไม่ได้ พรุ่งนี้ต้องไปแล้ว” ปลาทองว่า ถอนใจหนัก ๆ ทีหนึ่ง คล้ายต้องการแสดงให้รู้ถึงน้ำหนักอันจริงจังที่เธอหอบเข้ามาด้วย “แค่อยากมาบอกข่าวน่ะ”

มีนาเลิกคิ้ว ในขณะที่สามหน่อตะแคงหูฟัง

“เก๊าะ… ข่าวดี” ปลาทองกวาดตามองคนทั้งสามด้วยรอยยิ้ม แล้วมาจบลงตรงดวงนัยน์กลมโตของมีนา ก่อนจะเฉลยข้อความที่ทำให้คนฟังรู้สึกเหมือนถูกปลิดขั้วหัวใจทิ้ง

“พรุ่งนี้จะไปนอร์เวย์แล้ว จะไปแต่งงานกับผู้ชายที่นั่น”

คนตัวเล็กเอ่ยราบเรียบ กลบเกลื่อนระลอกไหวในรอยเสียงแนบเนียน

“เลยอยากมาขอคำอวยพร… อวยพรให้กันหน่อยสิ – มีน”

 

 

>>>โปรดติดตามตอนต่อไป