www.go2writer.com

RememberONE-อูคูเลเล่


หลายปีก่อน อูคูเลเล่กลายเป็นเครื่องดนตรีที่ได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศไทย เสียงเล็ก หวาน ใส และโดดเด่น กับขนาดกะทัดรัดพอเหมาะ ทำให้มันกลายเป็นกระแสในวงกว้าง จนคนจำนวนมากต่างซื้อหาจับจองไม่ว่าจะเล่นเป็นหรือไม่ก็ตาม

ผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้นครับ แต่ด้วยความไม่ตั้งใจหรอกนะ

ผมไม่เคยคลุกคลีกับเครื่องดนตรีชนิดใดแบบจริงจังมาก่อนเลยในชีวิต (ยกเว้นกรับและขลุ่ยซึ่งถูกบังคับเรียนตอน ม.ต้น กับกีต้าร์โปร่งที่ยอมทนเจ็บนิ้วสองวัน) จู่ๆ ก็ได้รับอูคูเลเล่เป็นสมบัติตกทอดมาจากรุ่นน้อง เป็นอู๊ค (ขอเรียกสั้นๆ ละกันนะครับ) สีขาว ไซส์โซปราโน่ ภาพลักษณ์ของผมตอนที่ถือมัน จึงไม่น่าจะต่างอะไรกับหมีควายกำลังจะสีซอ

นิสัยเสียข้อหนึ่งของผมคือ ถ้าได้รับอะไรมาแล้วไม่ลองใช้ ผมจะหงุดหงิดกับตัวเองครับ เหมือนว่ายังไม่ลองเลยจะรู้ได้ไงว่าชอบหรือไม่ชอบ ประมาณนั้น ด้วยเหตุนี้ ไม่ว่าผมจะได้รับสิ่งใดมาก็ตาม (เว้นแต่สิ่งที่รู้แน่ๆ ว่าจะทำให้เกิดโทษ) ผมจะต้องลองแตะอย่างน้อยหนึ่งครั้งเสมอ

เหตุนี้ ผมเลยกระตือรือร้นมากที่จะหาข้อมูล ฝึกซ้อมเล่นอู๊ค ทั้งตารางคอร์ด ดูคลิปสอน ดูวิธีการจับ การสตรัม ฯลฯ จนกระทั่งพอจะเป็นเพลงขึ้นมาบ้าง

ทว่า ถึงอย่างนั้น ผมก็ยังไม่มีความเข้าใจในเรื่องของโน้ตดนตรีอยู่ดี

แม้กระทั่งคีย์ดนตรีมีความสำคัญแบบไหน ผมก็ไม่เก็ต!!

ผมเลยเข้าใจทุกอย่างผิดไปโดยสิ้นเชิง ว่าอู๊คนั้นใช้คอร์ดไม่เหมือนกับเครื่องดนตรีชนิดอื่นๆ เช่น ถ้าเราเล่นคอร์ด C ของกีต้าร์ เวลาเล่นอู๊ค จะต้องเล่นคอร์ด D เท่านั้น! (บ้ามาก – ฮ่า ฮ่า)

นี่แหละครับ คือความเข้าใจผิดว่าตัวเองรู้ ทั้งๆ ที่ไม่รู้ของผม ซึ่งมันก็ไม่น่าจะมีปัญหา ถูกรึเปล่า แต่ช้าก่อน เพราะเรื่องโง่มันตามมาหลังจากนี้ต่างหาก

ผมได้พบกับอาจารย์สอนศาสนาท่านหนึ่ง (คริสเตียน) ซึ่งแน่นอนว่าคลุกคลีกับการเล่นดนตรีมากกว่าผมอยู่แล้ว เพราะต้องเล่นแทบทุกวัน ตอนนั้นเราคุยกันเรื่องดนตรีนี่แหละครับ ผมจำรายละเอียดอื่นไม่ได้เลย แต่เท่าที่จำได้ ผมเถียงไปว่าเครื่องดนตรีแต่ละชนิดใช้คอร์ดไม่เหมือนกัน!

อย่างน้อยก็อูคูเลเล่นี่แหละ!!

เอากับผมสิ ฮ่า ฮ่า – อาจารย์ท่านก็ใจเย็นนะครับ ไม่ว่าอะไร ไม่รู้เพราะคร้านจะเถียงด้วยหรือต้องการรักษาบรรยากาศ จึงยอมปล่อยให้ผมชนะการคะคานในเรื่องนี้

แต่พอกลับมาถึงบ้าน ด้วยความคาใจ ผมเลยลองไปหาข้อมูลเพิ่มเติม ก็ได้แต่ร้อง

อ้าว! ตรูผิด!!

นึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาทีไร อายจนแทบอยากจะเอาหน้ามุดลงไปในดินแล้วถมคอนกรีตทับอีกซักสิบนิ้วเลยทีเดียว

ผมได้เรียนรู้จากเรื่องนี้อย่างหนึ่งว่า คนเรานี่ ตกหลุมพรางของความ (คิดที่ว่าตัวเอง) รู้ (แล้ว) ได้ง่ายดายขนาดไหน

และใครก็ตามที่เป็นแบบนั้น ก็มีแนวโน้มจะต้องรับผลเสียหายจากความรู้ไม่จริงได้ในที่สุด

ลองคิดดูสิครับว่า ถ้าสถานการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องอูคูเลเล่ แต่เป็นเรื่องที่ใหญ่กว่านั้น หรือเป็นการทำงานกับเครื่องจักรกลที่มีความเสี่ยง ความยึดมั่นถือมั่นบ้าบอในความรู้ที่ตัวเองมีแบบผิดๆ อาจทำให้ถึงตายได้เลย

ฉะนั้น การไม่รู้จึงไม่ใช่เรื่องผิดครับ แต่มันเริ่มผิดก็ตรงที่พยายามปกป้องตัวเอง (ว่าตรูรู้ ตรูแน่ ตรูเจ๋ง) จนไม่ยอมรับฟังคนอื่น เพื่อสอบทานความรู้ของตัวเองซ้ำ ว่าเป็นของจริงแน่รึเปล่า

หลังจากวันนั้นเป็นต้นมา ผมจึงพยายามปรับปรุงตัวเองในข้อนี้ ไม่คิดว่าตัวเองรู้ดีแล้ว รู้ถูกแล้ว

ไม่อยากหน้าแตกนี่ครับ ยอมรับตรงๆ เลยละกัน

 

 

-ณนณ-