www.go2writer.com

RememberONE-กล้องถ่ายรูป


ผมเป็นคนชอบถ่ายรูปมากครับ มีความสุขทุกครั้งเวลาที่ได้กดชัตเตอร์ แม้ว่าภาพที่ออกมาจะสวยหรือไม่ ในมุมมองของคนอื่น ผมก็ยังชอบมันอยู่ดี

ผมหลงใหลกล้องถ่ายรูปมาตั้งแต่เด็ก แต่จะเรียกว่าหลงใหลได้ไหม เพราะในตอนนั้นผมไม่มีกล้องเป็นของตัวเองด้วยซ้ำ สิ่งที่มักจะทำก็คือ ทำมือเป็นฉากสี่เหลี่ยมเหมือนเวลาที่เห็นในทีวี ติ๊ต่างว่าเป็นกรอบภาพในการถ่าย หรือไม่ก็ ไปหากล้องเก่าที่ไม่ได้ใช้แล้วมาส่องเล่น

ส่วนการถ่ายรูปกับกล้องจริงนั้น ค่อนข้างจำกัดอยู่มาก เพราะในยุคก่อน กล้องถ่ายรูปยังต้องใช้ฟิล์ม ม้วนนึงราคาไม่ถูกเลย และถ่ายก็ได้แค่ไม่กี่ใบ รูปแต่ละรูป ต่อให้ภาพออกมาวืดวาด ไม่คมชัด หรือเบลอก็ตาม มันจึงยังมีมูลค่าของมันอยู่ ผมก็เลยได้ลองใช้กล้องฟิล์มแค่ไม่กี่หน

ถัดจากยุคนั้นสักพัก ระบบกล้องถ่ายรูปก็เริ่มเปลี่ยนมาเป็นกล้องดิจิตอล ซึ่งมีคุณภาพทัดเทียมกับกล้องฟิล์ม อีกทั้งยังใช้งานได้ง่ายและสะดวก แต่ราคานี่สิที่ไม่สบายกระเป๋านัก ผมจึงยังไม่มีอีกตามเคย

กระทั่งวันหนึ่ง ผมได้รับกล้องถ่ายรูปเครื่องแรกเป็นของขวัญวันเกิด อิมพอร์ตมาจากญี่ปุ่น ใช้ยากมาก เป็นกล้องรุ่นล่างๆ ที่คุณภาพไม่ได้ดีนัก แต่ผมก็ยังพกพามันไปไหนต่อไหนด้วยเสมอ มองโลกผ่านเลนส์ และบันทึกความทรงจำต่างๆ เอาไว้

ผมใช้กล้องตัวนี้เป็นเวลาหลายปีทีเดียวครับ ถือเป็นกล้องครู ก่อนจะขยับขยายมาใช้กล้องคอมแพคอื่นๆ และเป็นกล้องมิลเลอร์เลสในปัจจุบัน รวมถึงฝีมือการถ่ายภาพที่ (คงจะ) พัฒนาขึ้นตามลำดับการฝึกฝน และเมื่อได้มองย้อนกลับไป ผมก็พบว่า มันมีความสุขอย่างน่าประหลาด บนเส้นทางที่ไม่ง่ายไม่ยาก ผมได้เรียนรู้อะไรมากมายกับการถ่ายภาพ เยอะกว่าการถ่ายรูปจริงๆ เสียอีก ไม่ว่าจะเป็นการพลิกกรอบมุมมอง การเอาใจใส่ตัวแบบ การอดทนรอเวลาที่ดีที่สุด และการฉวยโอกาสเอาไว้ทันทีก่อนที่มันจะหลุดลอย ฯลฯ

แต่สิ่งหนึ่งที่สำคัญสุด และประทับในใจผมมาตลอด กลับเป็นเรื่องธรรมดาสามัญอย่าง “ความทรงจำ”

ผมขอเท้าความสักนิด ถึงแมวที่ผมเคยเลี้ยง เป็นแมวศุภลักษณ์ น่ารักน่าชังมาก ฉลาดแสนรู้ และเกือบตายมาหลายครั้งหลายหนสมกับฉายาแมวเก้าชีวิตของมัน

พวกเรารับมันมาเลี้ยงในช่วงที่ยังไม่มีกล้องครับ ตอนนั้นมีแต่กล้องจากโทรศัพท์มือถือของน้อง จึงไม่ได้ถ่ายภาพมันเก็บไว้ และพอช่วงหลังที่ผมได้กล้องถ่ายรูปมาแล้ว ผมก็ยังไม่คิดอยากจะถ่ายภาพมันอยู่ดี

ไม่รู้สิครับ ความรู้สึกของผมในตอนนั้นมันคือความชะล่าใจ ที่คิดว่า สิ่งที่เรามีอยู่ จะคง และจะอยู่ กับเราตลอดไป

จนกระทั่งวันหนึ่ง แมวตัวนี้ถูกรถชนจนป้ำๆ เป๋อๆ ใช้ชีวิตอย่างงๆ แล้วเที่ยวเดินออกจากบ้าน

โดยที่… มันไม่กลับมาอีกเลย

ผมถึงเริ่มรู้สึกว่า ตัวเองคิดผิด ที่ไม่ค่อยได้ถ่ายภาพมันเก็บเอาไว้นัก เพราะเมื่อเปิดดูคอมพิวเตอร์ เราก็เห็นรูปภาพอื่นๆ เต็มไปหมดเลย แต่มันไม่มี รูปภาพของสิ่งสำคัญเหลือไว้ให้ดู

ความทรงจำของผม จึงไม่เคยถูกเก็บไว้เป็นภาพ

คงมีแต่ภาพ ที่ถูกเก็บไว้ในความทรงจำ

ด้วยเหตุนี้ เวลาที่ผมเห็นใครถ่ายรูปลูกหลาน หมาแมว หรือแม้กระทั่งคนรัก ราวกับคนบ้ากล้อง ผมจึงไม่คิดอคติว่า เขาเห่อหรือขี้อวด แต่ผมมองอีกมุมหนึ่งว่า เขาทำดีแล้ว เพราะถ้าวันหนึ่ง ความไม่แน่นอนเคลื่อนผ่านเข้ามาในชีวิต เขาจะยัง ได้บันทึกความทรงจำเอาไว้ เป็นภาพที่งดงาม

ภาพที่มีรอยยิ้มและมีความสุข

บทเรียนคราวนั้น ทำให้ผมเริ่มเก็บภาพของคนต่างๆ ที่ผมรัก และให้ความสำคัญเอาไว้

เพราะไม่อยากรู้สึกเสียดาย ว่าควรทำ ในวันที่ไม่อาจจะทำมันได้อีกต่อไป

 

 

-ณนณ-