www.go2writer.com

RememberONE-กะละมัง


ตอนผมอายุประมาณ 7 ขวบ ในวันลอยกระทง ผมต้องลอยกระทงในกะละมังซักผ้าที่บ้าน

เหตุผลก็เพราะว่า ตอนนั้นพ่อซึ่งทำงานช่าง ต้องเข้ากะตอนกลางคืน และที่บ้านเราก็มีเด็ก (หรือลิง?) ถึงสองคน แม่คนเดียวจะพาไปเที่ยวงานลอยกระทงก็ไม่ไหว เพราะคนเยอะมาก อาจจะหลงกัน หรือเกิดอุบัติเหตุจากการเล่นประทัดและพลุ สุดท้ายเลยตัดสินใจให้ลูกๆ ลอยกระทงกันในกะละมังหลังบ้าน กะละมังซักผ้าใบนี้เป็นกะละมังสีดำ ใช้มายาวนาน ก่อนจะมีสีฟ้าใบเล็กกว่าเพิ่มเติมมาทีหลัง

ผมเป็นคนไม่ชอบซักผ้าเลยครับ แต่ไหนแต่ไรมา ทั้งซักผ้า รีดผ้า เป็นงานที่น่าเบื่อมากแต่ในวัยนั้น ผมกลับชอบที่แม่ซักผ้านะ

เวลาที่แม่ซักผ้า จะเหลือน้ำล้างผ้าสุดท้ายทิ้งไว้ ซึ่งมีผงซักฟอกเจือจางในปริมาณเล็กน้อย (ยุคนั้นเป็นยุครณรงค์ให้ประหยัดน้ำ-ไฟ น้ำสุดท้ายของการซักผ้าสามารถเอาไปใช้ประโยชน์อื่นๆ ได้อีก) และเมื่อผมเอามือไปตีน้ำ ก็จะเกิดฟองฟูๆ ขึ้นมาให้เล่น จินตนาการไปว่า มันเป็นอาณาจักรฟองสบู่ เป็นมิติพิศวง เป็นหลุมดำ แฟนตาซีสุดๆ!

บางทีก็เอาพวกตุ๊กตุ่นตุ๊กตาไปดำผุดดำว่าย มีกับดัก และต้องเอาชีวิตรอด (เซอร์ไวเวอร์ตั้งแต่เด็กกันเลยทีเดียว ฮ่า ฮ่า) และมีเมล็ดต้อยติ่งเป็นระเบิดเวลาที่ไม่รู้ว่าจะระเบิดเวลาไหน (งงชะมัด!)

กะละมังใบเดียวกันนั้นแหละครับ นอกจากจะใช้ลอยกระทง ซักผ้า เป็นของเล่นแล้ว บางทีก็ใช้เป็นอ่างอาบน้ำในหน้าร้อน

ช่วงฤดูร้อนที่แดดออกจ้าๆ เราไม่มีอ่างยางสำหรับเด็กให้เล่น ก็จะลงไปแช่ในกะละมังใบนั้นแหละ เล่นเป็นนักดำน้ำ และมนุษย์อวกาศ

พอเล่าแบบนี้แล้ว เหมือนจะน่าสงสารเลยจริงไหมครับ เหมือนกับว่าผมนี่เป็นเด็กยากจน ไม่มีของเล่นเหมือนคนอื่นๆ ไม่มีโอกาสมีความสุขเหมือนเด็กคนอื่นๆ ซึ่งมันเป็นข้อเท็จจริงครับ ที่ผมอาจจะไม่มี “สิ่งของ” แต่มันไม่ใช่เรื่องจริงเลยว่าผมไม่มี “ความสุข”

ผมมีความสุขดี และไม่เคยคิดว่าตัวเองน่าสงสารด้วย

ผมว่านี่เป็นเรื่องเดียวที่โลกนี้ยุติธรรม คือ การที่เราเลือกที่จะมีความสุขกับช่วงเวลาไหนในชีวิตก็ได้ กับสถานการณ์ไหนก็ได้

และการมีจินตนาการ

ไม่ว่าจะเป็นคนในระดับไหน ชนชั้นไหน มีหรือไม่มีสิ่งของใดๆ แต่เราก็ยังมีสองสิ่งนี้ได้เสมอ

ฉะนั้น เวลาที่ผมได้ยินเด็กๆ (กระทั่งถึงวัยรุ่น) ที่ว่ากล่าวพ่อแม่ว่า ทำไมไม่รวย ทำไมตัวเองไม่เกิดในบ้านที่ดีกว่านี้ ผมจะรู้สึกปวดใจ และเสียดายที่เขาวัดค่าความสุขจากการมีหรือไม่มี “เท่า” คนอื่น

ถ้าเป็นอย่างนั้น เขาก็จะต้องแสวงหาวัตถุไปเรื่อย โดยไม่มีความสุข ไปจนตาย

เพราะไม่ว่าเมื่อไหร่ที่เขามี ก็จะมีคนอื่นที่มีมากกว่าเขาอีกเสมอ…

ถ้ากะละมังใบหนึ่ง ทำให้เด็กคนหนึ่งมีความสุขได้ ผมว่าใครหลายๆ คนที่อาจจะมีอะไรๆ มากกว่ากะละมังหนึ่งใบ น่าจะลองมองหาความสุขในสิ่งที่ตัวเองมีบ้าง

อะไรที่ควรหาก็หา อะไรที่ควรทำเพิ่มเติมก็ทำ

แต่สิ่งที่มีอยู่แล้วนั้น จะมัวแต่ไม่พอใจ ก็เห็นจะไม่มีประโยชน์ จริงไหมครับ

 

-ณนณ-